< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย

ก่อนจะท้อง..ป้องกันดีกว่า

ความรักวัยใส มีเซ็กซ์เมื่อถึงวัยอันควร

ความรักวัยใส มีเซ็กซ์เมื่อถึงวัยอันควร (หมอชาวบ้าน)

         
ผู้ใหญ่มักเตือนสติลูกหลานว่าอย่าชิงสุกก่อนห่าม นั่นคือ การสอนไม่ให้ทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย หรือยังไม่ถึงเวลา ซึ่งมักสอนในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรแล้วเมื่อไหร่คือวัย อันสมควรและเหมาะสม

         
เราท่านควรเข้าใจเรื่องความรัก ความใคร่ของหญิงชายกันก่อนดีไหม

ความรัก ความใคร่...ชายหญิงไม่เหมือนกัน

 

 

 

          ความรักและความใคร่มีความสัมพันธ์กัน เปรียบเสมือนวงกลม ๒ วงที่ซ้อนกัน เซ็กซ์บางส่วนไม่มีความรักเข้าไป เกี่ยวข้อง เช่น การข่มขืน การขายบริการทางเพศ แต่บางส่วนของความรักก็ ไม่มีความใคร่เข้าไปเจือ ปน เช่น พ่อรักลูกสาว แม่รักลูกชาย คุณครูรักลูกศิษย์ รวมทั้งความรักต่างเพศแบบกัลยาณมิตร โดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ส่วนตรงกลางที่ซ้อนกันระหว่างรักกับใคร่ ก็เช่นความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา ซึ่งมีทั้ง ๒ ส่วน ประกอบกัน

         
ผู้หญิงมีความทุกข์ในเรื่องความรัก แต่ผู้ชายมีปัญหาเซ็กซ์ เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงและชายไม่เหมือนกัน
         
ฮอร์โมน เพศหญิง (estrogen) เป็นฮอร์โมนแห่งความรัก
         
ฮอร์โมน เพศชาย (testosterone) เป็น ฮอร์โมนแห่งเซ็กซ์และความก้าวร้าว

          ผู้ชาย ส่วนใหญ่จึงสนใจหรือหมกมุ่นในเรื่องทางเพศมากกว่าผู้หญิง มีพฤติกรรมรุนแรงมากกว่า และสนใจกีฬาประเภทฟุตบอล ในขณะที่ผู้หญิงชอบอ่านหนังสือแนวโรแมนติก ติดละครโทรทัศน์และชอบช็อปปิ้งมากกว่าเพศชาย

         
นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีฮอร์โมน แห่งความเป็นแม่ (progesterone) ซึ่งจะหลั่งออกจากสมองเมื่อเห็นเด็กทารก ภาพลักษณ์ที่มีลักษณะอ้วนๆ กลมๆ จะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากอุ้มอยากกอด อยากดูแลเอาใจใส่...ผู้หญิงจึงเรียนพยาบาลมากกว่า ในขณะที่ผู้ชายไปเป็นทหาร

         
นอกจากฮอร์โมนแห่งความรักและความเป็น แม่แล้ว ผู้หญิงยังมีฮอร์โมนออกซีโทซิน (oxytocin) ผลทางกายคือทำให้มดลูกบีบตัวเป็นจังหวะ แต่ผล ทางจิตใจคือเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพัน จะหลั่งจากสมองใน ๓ กรณี ได้แก่

         
- หญิง ตั้งครรภ์ท้องแก่ใกล้คลอด เมื่อมดลูก บีบตัวและคลอดลูกออกมา คุณแม่จึงรู้สึกผูกพันกับเด็กทันทีเมื่อตอนแรกเกิด
         
- ขณะที่คุณแม่ให้นม ลูก สมองจะหลั่งฮอร์โมนออกซีโทซิน ทำให้แม่เกิดความผูกพันกับลูกน้อยในอ้อมแขน
         
- เวลาผู้หญิงมีเซ็กซ์กับ ผู้ชาย ฮอร์โมนออกซีโทซินหลั่งจากสมอง ทำให้มดลูกบีบตัวและผู้หญิงก็จะเกิดความผูกพันกับผู้ชายที่มีเซ็กซ์ด้วย

         
แต่ ผู้ชายไม่มีฮอร์โมนออกซีโทซิน เพราะฉะนั้น โดยธรรมชาติแล้วเพศชายจึงไม่รักเดียวใจเดียว และไม่รู้สึกผูกพันกับผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย ในขณะที่ผู้หญิงหลายคนเข้าใจว่าผู้ชายคงรู้สึกแบบเดียวกัน คือผูกพันเป็นของกันและกัน

         
ผู้หญิงบางคนใช้เพศสัมพันธ์เป็นเครื่อง มือในการผูกมัด แต่ผู้ชายส่วนใหญ่กลับรู้สึกหมดความตื่นเต้น หรือ "game over" แล้วไปแสวงหาความเร้าใจจากคนใหม่ต่อไป นำไปสู่ความผิดหวังเรื่องความรัก เพราะไม่เข้าใจธรรมชาติที่แตกต่างของชายหญิง

          อารมณ์และการ ตื่นตัวทางเพศในวัยหนุ่มสาว มีธรรมชาติอยู่ ๓ ประการ คือ

         
๑. เป็นผลพวงของฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ผู้ชายมีมาก (ระดับสูงสุด ในช่วงอายุ ๑๕-๒๕ ปี) ส่วนผู้หญิง มีน้อย (ระดับสูงสุด ในช่วงอายุ ๓๐-๔๐ ปี) เด็กเล็กยังไม่มี และคนแก่ก็ลดลงกว่าตอนหนุ่มสาว
         
๒. ผู้ชายตื่นตัวทางเพศง่ายและรวดเร็วกว่าผู้หญิง ผู้ชายตื่นตัวง่ายเหมือนเตาแก๊ส ส่วนผู้หญิงตื่นตัวช้าเหมือนเตาถ่าน เพราะฉะนั้นต้องรู้ว่าธรรมชาติของผู้ชายเป็นวัตถุไวไฟ
         
๓. สิ่งเร้าทางตากระตุ้นได้ไวที่สุด และรองลงมาคือทางผิวหนัง ผิวหนังส่วนที่ไวต่อการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวทางเพศเรียกว่า erogenous zone (พื้นที่สัมผัสเสน่หา หรือพื้นที่วาบหวิวสยิวเสียว)

         
นอกจากนี้ เรายังพบว่าผู้หญิงอาจมีการตื่นตัวทางเพศ ได้อีก ๒ กรณี ได้แก่
         
- เมื่อ อยู่ใกล้คนรัก เพราะอารมณ์รักนำไปสู่ความปรารถนาในการมีสัมผัสทางผิวหนัง
         
- เมื่อ มีไข่ตก (ช่วงกลางระหว่างรอบเดือน) และประมาณ ๑-๒ วันก่อนมีประจำเดือน (เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงและมีเลือดเข้าไปคั่งในบริเวณอุ้งเชิงกราน มากกว่าปกติ)

         
ส่วนเพศชาย อาจเกิดการล่วงเกินกับฝ่ายหญิงได้ โดยมีเหตุปัจจัย ๒ ประการ ได้แก่
         
- อยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสอง ในที่ลับหูลับตา แล้วบรรยากาศพาไป
         
- ฝ่ายหญิงแต่งตัวโป๊ล่อแหลม กระตุ้นเร้าการตื่นตัวทางเพศในฝ่ายชาย

         
ผู้หญิงจึงควรหลีกเลี่ยง ๒ สถานการณ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันตนเองในเรื่องภัยทางเพศ

คำว่า รัก...คุณรู้จักแน่จริงหรือ

          ความรัก คือความรู้สึกชื่นชมยินดีจนบังเกิดความปรารถนาขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นปรารถนาที่จะให้หรือปรารถนาที่จะรับ พูดง่ายๆ คืออยากให้หรืออยากเอา
         
- ถ้าชื่นชมแล้วปรารถนาที่จะให้ก็เป็นรักแท้ หรือ "ความเมตตา" เช่น รัก ผูกพัน ปรองดอง ห่วงใย คิดถึง เห็นใจ เข้าใจ สามัคคี เอื้ออาทร เสียสละ และให้อภัย
         
- แต่ถ้าหากชื่นชมแล้วอยากเป็นฝ่ายรับก็ เป็นรักเทียม หรือ "ความเสน่หา" เช่น ติดตา ตรึงใจ ชื่นชอบ หลงเสน่ห์ หลงใหล เคลิบเคลิ้ม โหยหา เป็นความรักที่เกิดขึ้นในวัยหนุ่มสาว

         
เมื่อใดก็ตามที่กล่าวถึงคำว่า "ความรัก" ต้องแยกให้ออกว่าหมายถึงรักแบบเมตตาหรือเสน่หา  ความรักอาจแบ่งได้เป็น ๔ เกรด ได้แก่
         
เกรด ๑ - รักใคร่ใฝ่กามา...ต้องการเพียง แค่มีการสัมผัสสัมพันธ์ แต่ไม่ต้องการความผูกพัน
         
เกรด ๒ - รัก หวังวิวาห์มาคู่กัน...มีความผูกพัน (อยู่ไกล ใจคิดถึง - อยู่ใกล้ ใจเป็นสุข) แต่มีความหึงหวง ยึดถือเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
         
เกรด ๓ - รัก ปันแบ่งความสุข...เปลี่ยนจากความหึงหวงมาเป็นความห่วงใย ปรารถนาดีต่อกัน ใส่ใจในความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง
         
เกรด ๔ - รัก ยอมทุกข์เพื่อสุขเธอ...เป็นความรักแบบอุทิศ เช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อบุตร

         
เซ็กซ์เปรียบเสมือนไฟ ความรักเปรียบเสมือนสายน้ำ...ทั้งไฟและน้ำต่างก็มีประโยชน์และโทษในตัวมัน เอง ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ เราจึงต้องเรียนรู้ให้เข้าใจเรื่องความรักและความใคร่...การเรียนจนเกิดความ รู้เท่าทันจะไม่ทำให้เราต้องเป็นทุกข์

         
ธรรมชาติของไฟ คือ มันเป็นลูกน้องที่ดี แต่เป็นเจ้านายที่เลว...เมื่อใดก็ตามที่เซ็กซ์ทำงานรับใช้เรา และเราควบคุมมันได้ เซ็กซ์จะทำให้เรามีความสุข แต่ถ้าเราตกเป็นทาสของเซ็กซ์ มันจะมีอำนาจบงการให้เราประพฤติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

         
ธรรมชาติของน้ำ คือมันทำให้เรือลอยก็ได้ ทำให้เรือจมก็ได้...จิตที่ขาดสติก็เหมือนเรือที่มีรูรั่ว พร้อมที่ จะจมลงสู่ห้วงรักเหวลึก แต่จงตั้งจิตให้เหมือนเรือที่ลอยอยู่เหนือน้ำ และให้สายน้ำนำพาชีวิตเราไปสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

         
เราจึงเรียนรู้ให้ เข้าใจเรื่องความรัก สัมมาทิฐิในเรื่องความรักจะไม่ทำให้เราต้องเป็นทุกข์

ผู้หญิง "ปฏิเสธ" อย่างไรให้ได้ผล

          เพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่นส่วน ใหญ่มิได้เกิดขึ้นด้วยความพร้อม ที่มีการเตรียมตัวเตรียมใจอย่างดี แต่เป็นผลจากการอยู่กันสองต่อสอง บรรยากาศพาไป... หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น คือหญิงสาวมักปฏิเสธไม่เป็น ทั้งๆ ที่เป็นทักษะที่สำคัญเพื่อการปกป้องตนเองมิให้ตกเป็นเหยื่อจากการล่วงเกิน จากเพื่อนต่างเพศ

         
เรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของหญิงไทย เพราะเราถูกสอนมาให้ทำตัวเป็นคน "ว่านอนสอนง่าย" คราวนี้พอเจอผู้ชายมาทำอะไรที่เราไม่ชอบ เลยไม่กล้ามีปาก มีเสียง

          ผู้หญิง ใจอ่อนแต่ปากแข็ง เจอผู้ชายจู๋แข็งแต่ ปากหวาน เหตุการณ์มันก็เลยบานปลาย อย่างที่เห็นเป็นข่าวทุกวี่ทุกวัน

         
ประโยคไม้ตายที่ผู้ชายพูดเหมือน กันทั่วโลก เพื่อให้หญิงสาวยอมมีเซ็กซ์ด้วย "ถ้าเธอรักฉันจริง ก็ต้องยอมเป็นของฉัน ถ้าไม่ยอมก็แสดงว่าไม่รักกันจริง ถ้าอย่างนี้ฉันจะไปมีแฟนใหม่" ...พูดอย่างนี้แทนที่ผู้หญิงหลายคนจะ เลือกไม่ยอมมีเซ็กซ์กับเขา แต่กลับไม่ยอมให้เขาไปมีแฟนใหม่

         
ทั้งๆ ที่การมีเซ็กซ์กับเขา ก็มิได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราคนเดียวตลอดไป

          ใน ความเป็นจริง ผู้หญิงต้องตั้งสติให้ทัน แล้วคิดกลับประโยคให้ได้ว่า "ถ้า เขาไม่ยอมรับการปฏิเสธของเรา ก็แสดงว่าเขาไม่รักเราจริงเช่นเดียวกัน" อย่าง นี้แล้ว ผู้ชายคนนี้สมควรเป็นแฟนเราต่อหรือไม่

         
มีคำพูดปฏิเสธของ ผู้หญิงจำนวนมาก พบว่าบางคำดีมาก มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิเสธ แต่มีอยู่หลายๆ คำที่พูดกันอยู่บ่อยๆ ถึงแม้ว่าไม่ได้ผลก็ตาม... ในที่สุดก็แยกแยะคำปฏิเสธทั้งหมดได้เป็น ๓ กลุ่มด้วยกัน

         
กลุ่ม ที่ ๑. : "ผู้หญิงจะจนตรอก แทนที่ผู้ชายจะเป็นฝ่ายจนมุม" ดูตัวอย่างคำพูดปฏิเสธต่อไปนี้
          "อย่าดีกว่า เดี๋ยวคนอื่นเห็นหรอก"
         
"เกิดคนอื่นเขารู้ ฉันจะเสียหาย"
         
"เอาไว้ วันหลังละกัน"
         
"ไม่ได้ กำลังมีเมนส์"
         
"เธอ ตรวจเอดส์หรือยัง"
         
"ถ้าเกิดท้องขึ้นมา จะทำยังไง"

         
ที่ ปฏิเสธอย่างนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกเก่งในห้องเรียน (เก่งทฤษฎี) แต่อ่อนต่อโลก ในใจต่อต้านเต็มร้อย แต่พูด ไม่เต็มปากเต็มคำ ผลสุดท้ายแทนที่จะรอด เลยเสร็จ... เพราะพูดไปแล้วก็เจอลูกตื้อ ฝ่ายชายจะไล่ต้อนด้วยข้อกล่าวอ้างมากมาย เช่น

         
"ไม่มีใครเห็น หรอก เราอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น"
         
"ไม่มีใครรู้หรอก ถ้าเธอไม่ไปบอกใคร ฉันไม่ไปบอกคนอื่น ก็มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รู้"
         
"วันนี้แหละดีที่สุด โอกาสดีๆ อย่างนี้หายาก วันนี้บรรยากาศดีด้วย"
         
"มีเมนส์ก็มีเซ็กซ์ได้ แถมดีซะอีก ช่วงมีเมนส์ไข่ไม่ตก ไม่ท้องด้วย"
         
"ฉันตรวจเอดส์แล้ว ไม่เป็นหรอก ไม่ต้องกลัว"
         
"รับรองว่าไม่มีทางท้องแน่นอน ฉันเตรียมถุงยางไว้ตั้ง ๓ ชิ้น"

         
กลุ่มที่ ๒ : "ไม่ยอมเสียตัว และไม่กลัวเสียแฟน" ถ้าคุณคิดว่าแผนแบบนี้สมควรจะ เสีย ผมก็ว่าโอเค
         
"อย่ายุ่งกับฉัน"
         
"อย่าหวัง ไม่มีทาง ฝันไปเถอะ"
         
"ถ้าขืนทำ เราเลิกคบกัน แล้วจะแจ้งความด้วย"
         
"เธอเป็น ผู้ชายที่เห็นแก่ตัว คบไม่ได้"
         
"ฉันไม่อยากเสียตัวให้เธอ"

หลักการปฏิเสธที่เหมาะสมและได้ผล คือ

          ๑. ความหมายของการปฏิเสธชัดเจน ไม่ให้ความหวังที่ไม่เป็นจริง
         
๒. ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายชายมีข้ออ้าง จนทำให้ฝ่ายหญิงจนมุม
         
๓. ไม่ทำให้ฝ่ายชายรู้สึกเสียหน้า ถูกตำหนิ จึงไม่เสียความสัมพันธ์ในฐานะแฟน หรือเพื่อนที่ดีต่อกัน

         
กลุ่ม ที่ ๓ : "ตอนนี้ไม่ยอม ตอนพร้อมค่อยมี" ถือเป็น ประโยคคำพูดที่ดีและได้ประสิทธิผล
         
"ถ้ารักฉันจริง อย่าบังคับใจฉัน ฉันไม่อยากให้เธอทำอย่างนี้"
         
"ไม่ดีหรอก ยังไม่ถึงเวลา ถ้ารักฉันจริง เธอต้องรอได้"
         
"ยังไม่ถึงเวลาที่จะมีเพศสัมพันธ์กันตอน นี้ ไว้ต้องแต่งงานก่อน"
         
"เธอเป็นผู้ชายที่ฉันรัก แต่ฉันพร้อมก็ต่อเมื่อเราแต่งงานแล้ว"
         
"ฉันทำไม่ได้หรอก ถ้าฉันทำอย่างนั้น ฉันจะหมดศรัทธาตัวเอง"
         
"ศาสนาของฉันถือว่าเป็นเรื่อง ผิด พ่อแม่และฉันยอมรับไม่ได้"
         
จำง่ายๆ สั้นๆ ถ้าผู้ชายพูดว่า "ถ้าเธอรักฉันจริง เธอต้องยอมเป็นของฉัน"
         
ผู้หญิง ต้องกล้าพูดทันทีว่า "ถ้าเธอรักฉันจริง เธอต้องรอฉันได้...เธอเป็นผู้ชายที่ฉันรัก แต่ฉันพร้อมก็ต่อเมื่อเราแต่งงานแล้วเท่านั้น"

         
ขอให้จด จำไว้ใช้ พูดให้ได้เมื่อเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้าพูดเป็น ก็ไม่ต้องเสียรู้ เสียท่า เสียตัว และเสียใจ

กิจกรรมทางเพศ

          การระบายความใคร่สามารถปฏิบัติได้ด้วย "กิจกรรมทางเพศ" ซึ่งมีหลากหลายวิธี แบ่งง่ายๆ เป็น ๒ ส่วน ได้แก่ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ถือเป็นกิจกรรมทางเพศที่เหมาะสมที่สุดของวัยรุ่นและคนโสด

         
เพศ สัมพันธ์ หมายถึง การมีกิจกรรมทางเพศกับคู่นอนหรือคู่สมรส ซึ่งมี ๒ ส่วน ได้แก่ 
         
- เพศสัมพันธ์ภายนอก หมายถึง เพศสัมพันธ์ ที่ไม่มีการ "เติมคำลงในช่องว่าง" ไม่ทำให้ตั้งครรภ์หรือติดเชื้อ
         
- ร่วมเพศ หมายถึง เพศสัมพันธ์ที่มีการ "เอาอะไรใส่เข้าไปในอะไร" มีการสัมผัสกับน้ำ และอาจมีบาดแผล ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อเอชไอวี มี ๓ ช่องทาง

         
๑. โอษฐกาม (oral sex) คือการใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศของอีกฝ่ายหนึ่ง
         
๒. ร่วมเพศทางช่องคลอด สามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้
         
ร่วมเพศทางช่องทวารหนัก ไม่ทำให้ตั้งครรภ์ แต่โอกาสติดเชื้อเอชไอวีสูงสุด
          ๓.
Safe Sex หมายถึง กิจกรรมทางเพศที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เรียงลำดับความปลอดภัยจากมากที่สุดไปน้อย ได้แก่
         
- การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง...ถือว่าเป็นความปลอดภัยสูงสุด
         
- เพศสัมพันธ์แบบภายนอก...เนื้อหนังเสียดสีกัน โดยไม่มีน้ำมาสัมผัส
         
- ร่วมเพศโดยสวมถุงยางอนามัย...มีความเสี่ยงอยู่บ้าง หากการสวมหรือถอดถุงยางผิดเทคนิค

ระดับความเสี่ยงต่อการติด เชื้อเอชไอวีจากการร่วมเพศ ได้แก่

          ๑. ออรัลเซ็กซ์-เสี่ยงน้อยถึงปานกลาง ถ้าไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิในช่องปาก ถือว่าเสี่ยงน้อย ถ้ามีการหลั่งน้ำอสุจิในช่องปากถือว่าเสี่ยงปานกลาง (จะน้อยหรือปานกลาง ก็ต้องสวมถุงยางเสมอ)
         
๒. ร่วมเพศทางช่องคลอด-เสี่ยงมาก เพราะว่าเชื้อเอชไอวีมีความเข้มข้นสูงมากในน้ำกามและน้ำหล่อลื่นช่องคลอด สามารถติดทางบาดแผลเข้าสู่กระแสเลือดของอีกฝ่าย
         
๓. ร่วมเพศทางช่องทวารหนัก-มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจาก
         
- ช่องทวารหนักไม่มีน้ำหล่อลื่นเหมือนในช่องคลอด การฉีกขาดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย
         
- ช่องคลอดสามารถยืดหยุ่นขยายตัวได้ดี แต่ช่องทวารหนักมีหูรูดรัดตัวถึง ๒ ชั้น การฉีกขาดจึงเกิด ขึ้นได้ง่าย
         
- เยื่อบุผนังในช่องทวารหนักบางกว่าช่องคลอด การฉีกขาดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย
         
- รอบๆ ช่องทวารหนักมีหลอดเลือดมาเลี้ยงมาก การติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย

การร่วมเพศ ในช่วงมีประจำเดือน

          ไม่ถือเป็นข้อห้ามทางการแพทย์ แต่มีข้อระวังคือเรื่องการติดเชื้อ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะปากมดลูกเปิดเพื่อขับเลือดประจำเดือนออกมา และเลือดก็เป็นแหล่งอาหารอย่างดีสำหรับเชื้อแบคทีเรีย

         
การร่วมเพศทางช่อง คลอดขณะมีประจำเดือน จึงต้องรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี แต่หากหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง

การร่วมเพศในช่วงตั้งครรภ์

          ไม่จำ เป็นต้องงดการร่วมเพศ สามารถมีได้ตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ ยกเว้นกรณีที่เคยมีประวัติ การแท้งลูกได้ง่ายในการตั้งครรภ์ครั้งก่อนๆ หรือร่วมเพศ แล้วมีเลือดออก ต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์

         
หากการตั้งครรภ์ ครั้งก่อนมีประวัติการคลอดก่อน กำหนด ก็แนะนำให้หลีกเลี่ยงการร่วมเพศในช่วงเดือนสุดท้าย เพราะขณะร่วมเพศ จะมีการบีบตัวของมดลูก อาจเป็นสาเหตุทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

การร่วมเพศหลังคลอดบุตร

          ต้องงดการร่วมเพศเป็นเวลานาน ๖ สัปดาห์ ซึ่งสามีภรรยาอาจมีกิจกรรมทางเพศร่วมกันได้โดยใช้ ออรัลเซ็กซ์ หรือเพศสัมพันธ์แบบภายนอก

พลังงานทางเพศ

          มีคำ ศัพท์หลายคำที่มีความหมายในทางเดียวกัน ได้แก่ ราคะ (ภาษาทางพุทธ) แรงขับทางเพศหรือ sexual drive (ภาษาทางจิตวิทยา) ฮอร์โมนเพศ (ภาษาทางแพทย์) ทุกอย่างที่กล่าวนี้ปรากฏขึ้นเมื่อพวกเราทุกคนเติบโตจากเด็กเข้าสู่วัยรุ่น

         
ตัวการสำคัญคือต่อมใต้สมอง พอทำงานเต็มที่ก็หลั่งฮอร์โมนไปกระตุ้นรังไข่ และอัณฑะเพื่อผลิตฮอร์โมนเพศหญิงและชาย ทำให้มนุษย์ทั้งชายหญิงเกิดความสนใจ และเกิดการตื่นตัวทางเพศ...ในขณะเดียว กันมันก็เป็น "พลังงาน" แห่งชีวิต มีผลให้หนุ่มสาวเป็นวัยแห่งความกระตือรือร้น มองชีวิตมีชีวา สดชื่นแจ่มใส มีกิจกรรมในชีวิตมากมาย
         
๑. การแปรรูปพลังงานทางเพศในแนวขวาง ได้แก่ กิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เสียเหงื่อ เสียกำลัง อ่อนเพลีย หมดแรง เช่น เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ในที่สุดเราจะเหลือเรี่ยวแรงน้อยลงจนไม่ต้องมาหมกมุ่นในเรื่องทางเพศ
         
ดังนั้น จึงควรส่งเสริมให้มีการออกกำลังกาย มิใช่เพียงแค่เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดเท่านั้น แต่เพื่อมิให้มุ่งมั่นแต่เซ็กซ์
         
๒. การแปรรูปพลังงานทางเพศในแนวตั้ง ได้แก่ กิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาสติปัญญา ความสามารถ และยกระดับจิตวิญญาณ เช่น การตั้งใจเรียน ความสนใจในศิลปะ ดนตรี ความใกล้ชิดและดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติ การพัฒนาฝึกจิต ค้นหาความหมายของชีวิต จนจิตปล่อยวางความหลงใหลยินดีในกามคุณ

         
ความ เข้าใจตนเองและเพศสัมพันธ์ มีส่วนช่วยให้เยาวชนมีความยับยั้งชั่งใจในเรื่องของความรักและเพศสัมพันธ์   การ กระทำใดๆ ก็ตาม ล้วนส่งผลต่อตนเองและผู้อื่นไม่มากก็น้อย

 


ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก

  

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
หน่วยงานที่ยินดีให้คำปรึกษา
ปรึกษาปัญหาท้องโดยไม่พร้อม สายด่วน 1323
ปรึกษาปัญหาท้องไม่พร้อม
คุย, ปรึกษา ก่อนคิดตัดสินใจ
บ้านพักชั่วคราว และฝึกอาชีพสตรี
บ้านพักชั่วคราว และฝึกอาชีพสตรี
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional