ไปหน้าแรกกระปุก
กระปุกไฮไลท์ แหล่งรวมข่าวเด็น ประเด็นร้อน เรื่องกอสซิบ รู้ลึก รู้จริง ที่นี่เลยกระปุกเพลย์ สนามเด็กเล่นออนไลน์ ศูนย์รวมวีดิโอ เกม รูปภาพ และดุ๊กดิ๊ก มากมายกระปุกแพลนเน็ต เว็บเพจส่วนตัว ให้คุณสร้างโลกใบใหม่ กับของตกแต่งสุดเก๋อีกเพียบ

ทำแท้ง

การทำแท้ง คืออะไร

        “การแท้ง” ตามความหมายที่องค์การอนามัยโลกได้ให้ไว้ และมีการใช้กัน หมายถึง การ สิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนที่เด็กจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นอกครรภ์มารดา โดยถือเอาการสิ้นสุด การ ตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เด็กยังหนักไม่ถึง 1,000 กรัม แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กที่มีน้ำหนักแรกคลอด ต่ำกว่า 1,000 กรัมสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นในปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศจึงได้นิยาม “การแท้ง” ใหม่ โดยถือว่า การแท้งเป็นการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ต่ำกว่า 20 สัปดาห์ หรือเมื่อเด็ก มีน้ำหนักต่ำกว่า 500 กรัม แต่สำหรับประเทศไทยยังคงใช้ความหมายเดิม



        ส่วน “การทำแท้ง” หมายถึง การกระทำด้วยวิธีใด ๆ เพื่อให้เกิดการแท้ง ซึ่งโดยทั่วไปใน สังคมการทำแท้งแบ่งได้เป็น 2 กรณีใหญ่ ๆ คือ การทำแท้งเพื่อการรักษา และการทำแท้งผิด กฎหมาย และที่ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหากับหลากหลายประเด็น และซับซ้อนในความถูกผิด ความ เหมาะสมตามสภาพสังคม ตลอดจนความรู้สึกในหลากหลายมุมมอง นั่นก็คือ การทำแท้งผิดกฎหมาย อันไม่ได้มีสาเหตุเนื่องมาจากความปลอดภัยของหญิงสาวผู้ตั้งครรภ์



        + การทำแท้งเพื่อการรักษา


        การทำแท้งเพื่อการรักษา เป็นการทำแท้งแบบถูกกฎหมาย โดยแพทย์สามารถทำได้ตามที่ กฎหมายระบุอนุญาต ซึ่งเกิดจากกรณี ต่อไปนี้

        - เมื่อพิจารณาเห็นว่าหากปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไป จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต สุขภาพของมารดา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเลือด โรคไตบางชนิด
        - มารดาที่เป็นโรคจิตอยู่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคจิตขณะตั้งครรภ์
        - การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นจากการข่มขืนกระทำชำเราในผู้เยาว์ต่ำกว่า 15 ปี



        + การทำแท้งผิดกฎหมาย หรือทำแท้งเถื่อน


        การทำแท้งโดยไม่ได้กระทำโดยแพทย์ หรือกระทำโดยไม่เข้าข่ายเพื่อการรักษา ตาม กฎหมายระบุข้างต้นนั้น ถือเป็นการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งที่พบโดยส่วนมากมักกระทำโดย หมอ เถื่อนหรือผู้ ที่แอบอ้างว่าตนเองเป็นหมอ บางคนเรียกศัพท์ของการทำแท้งลักษณะนี้ว่า “รีดลูก” ซึ่ง มีความผิด ตามกฎหมายทั้งผู้ทำให้ (หมอเถื่อน) และหญิงผู้ตั้งครรภ์

        สาเหตุส่วนใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับการทำแท้งของหญิงสาวผู้ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมจะมีบุตรนั้น ก็หนีไม่พ้นปัญหาสังคมทั่ว ๆ ไป เช่น
        - การตั้งครรภ์เนื่องมาจากการไม่ได้ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ และไม่ต้องการให้เด็กเกิดมา
        - การตั้งครรภ์ในระหว่างที่ยังอยู่ในวัยเรียน
        - ตั้งครรภ์โดยพ่อของเด็กไม่รับผิดชอบ
        - ยากจนไม่มีเงินพอที่จะเลี้ยงดูเด็กที่กำลังจะเกิดขึ้นมา
        - ฯลฯ

        การตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์นี้ ทางออกหนึ่งที่หญิงสาวหลายคนคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ก็คือการทำแท้งนั่นเอง ซึ่งการทำแท้งจากสาเหตุดังกล่าวนี้ ทางแพทย์ตามโรงพยาบาลทั่วไปไม่ สามารถกระทำให้ตามความต้องการได้ เนื่องจากถือว่าเป็นการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นความเป็น จริงในสังคมจึงพบสถานที่ทำแท้งเถื่อน และหมอรับทำแท้งเถื่อนเป็นจำนวนไม่น้อย ดังที่เราพบเห็น ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์กันอยู่บ่อย ๆ



        + กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง .. บทวิพากย์ของสังคมไทย


        ในสังคมไทย เรื่องของการทำแท้งอันมีสาเหตุเนื่องมาจากการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ยังเป็น ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหาจุดที่เหมาะสมค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคม พุทธศาสนา มีความเชื่อในเรื่องของบาปกรรม การห้ามตัดชีวิต หรือทำลายชีวิต เป็นเรื่องสำคัญใน คำสอนของพระพุทธเจ้า ประกอบกับประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้งอย่างชัดเจน มีบทบัญญัติของการกระทำผิด โดยระบุโทษไว้อย่างชัดเจน ในประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องความ ผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ดังนี้


หมวด 3
ความผิดฐานทำให้แท้งลูก


มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตน แท้งลูก ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

คำว่า ญ ใด หมายถึง ญ คนที่ท้องอยู่รู้ว่าตัวเองท้องแล้วทำแท้งไม่ว่าทำด้วยวิธีไหนก็ผิด ตามมาตรานี้ หรือยอมให้คนอื่นทำแท้ง ไม่ว่าจะไปให้ใครช่วยทำให้ หมอเถื่อน สามี

(สรุป มาตรานี้มีไว้ลงโทษผู้หญิงที่ไปทำแท้ง ซึ่งถ้าทำแล้วไม่แท้งก็ไม่ผิดตามมาตรานี้)


มาตรา 302 ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

(สรุป มาตรานี้มีไว้เอาผิดคนทำให้ผู้หญิงแท้ง เพราะบอกว่า “ผู้ใด” หมายถึง ใครก็ได้ เช่น หมอเถื่อน ทำแท้งโดยหญิงยินยอม คนทำผิดตามมาตรานี้ จะเห็นได้ว่าหมอเถื่อนต้องรับโทษหนักกว่าผู้หญิงที่ ไปทำแท้งเอง หรือถ้าทำให้ได้รับอันตราย หรือตาย ก็รับโทษหนักขึ้นกว่าเดิม)


มาตรา 303 ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอม ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาท ถึงสองหมื่นบาท

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท

(สรุป มาตรานี้ก็เหมือนมาตราที่แล้วแต่เปลี่ยนจากข้อเท็จจริง คือฝ่ายหญิงไม่ยินยอม เช่น แฟนรู้ว่าท้อง เลยทำร้ายเป็นเหตุให้หญิงแท้ง เป็นต้น)


มาตรา 304 ผู้ใดเพียงแต่พยายามกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือมาตรา 302 วรรคแรก ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

(สรุป มาตรานี้มีไว้สำหรับลงโทษทุกคนที่จะทำให้เกิดการแท้งแต่ไม่สำเร็จ ก็เป็นพยายาม ซึ่งตัว ผู้หญิง เองก็จะมีความผิดด้วย แต่ไม่ต้องรับโทษ กฎหมายไม่ได้บอกว่าไม่ผิด.. ผิดแต่ไม่ต้องรับ โทษ)


จะเห็นได้ว่าการทำแท้งในลักษณะผิดกฎหมาย ในสังคมไทยต่างก็มีความผิดด้วยกันทั้งผู้ทำให้ และ หญิงผู้ตั้งครรภ์ ในความเป็นจริง ปัญหาไม่ได้จบลงตรงที่หญิงสาวสามารถกำจัดตัวปัญหาในครรภ์ได้ หรือหมอทำแท้งเถื่อนสามารถปิดเรื่องได้มิดชิด และทำแท้งได้อย่างปลอดภัย… เรื่องจริงไม่จบเพียง แค่นั้น หากแต่ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ตามมา เช่น อันตรายหลังจากการทำแท้งที่ไม่ถูกวิธี, สุขภาพ จิตของหญิงที่ทำแท้ง เป็นต้น

เรื่องของการทำแท้งเถื่อน นานมาแล้วที่สังคมประณามผู้หญิงว่าเป็นแม่ใจร้าย ใจยักษ์, ประณาม หมอว่าใจบาป เห็นแก่เงิน… แต่ถ้าหันกลับย้อนมามองดูสาเหตุ หรือต้นเหตุก่อนที่จะเกิดเรื่องนี้กันดี ๆ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากมองปัญหาให้รอบด้าน เราจะพบผู้ที่มีส่วนสร้าง หรือเกี่ยวข้องกับ ปัญหานี้อีกมากมาย เช่น ฝ่ายชาย หรือพ่อของเด็ก, ครอบครัวของทั้งคู่, เพื่อน… บางคนเกี่ยวข้อง โดยตรงในการสร้างปัญหานี้ บางคนเป็นเพียงผู้สนับสนุน บางคนเป็นเพียงผู้รู้เห็น… และในท้ายที่สุด หลายคนต้องต่างก็ต้องเจ็บปวดกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะหญิงสาวที่ต้อง รับบทเรียน และผลทาง ตรงทั้งทางร่างกาย และจิตใจ

ดังนั้น ทางออกของปัญหาอย่างยั่งยืน รวมถึงการป้องกันการเพิ่มของปัญหาการทำแท้งทุกหน่วย ในสังคม ควรหันมาดูแลเอาใจใส่กันและกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะครอบครัวซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ความรัก ความอบอุ่นของครอบครัว สามารถสร้างเกราะป้องกัน สามารถสร้างสรรค์คนดี ความคิดดี ความรับผิดชอบดี ออกสู่สังคมได้ , ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของเพศศึกษา การคุมกำเนิดควรถ่าย ทอดออกสู่วัยรุ่นอย่างถูกต้อง และเท่าทันกับสถานการณ์ นอกจากนี้การเปิดใจให้กว้าง มองปัญหา ให้รอบด้านจากความเป็นจริง ยังเป็นสิ่งที่น่าจะต้องสร้างให้เกิดขึ้นในสังคมเราต่อไป…

ดูทีวีย้อนหลัง | หาเพื่อน | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | สลากกินแบ่งรัฐบาล | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | เพลงใหม่ | blackberry | เกมส์แต่งตัว | เกมส์รถแข่ง | dictionary |
แชท | หางาน | งานราชการ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | คลิปเด็ด | คลิปตลก | คลิปที่เป็นข่าว | คลิปสาวสวย | เกมส์เต้น | รถมือสอง | ดูดวงความรัก | รับซื้อรถ | แชทหมากฮอส | หมากรุกไทย |

contact
contact