< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท

ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์

“เราอยู่ร่วมกันได้” ?!?

 

 

เราอยู่ร่วมกันได้” ?!? (Teenpath)

โดย: พรรณอุมา สีหะจันทร์    

         
สถานที่แห่งหนึ่งติดภาพผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอชไอวียิ้มแย้ม แข็งแรงสดใส ส่วนในอีกที่หนึ่งกลับฉายภาพผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยด้วยเนื้อตัวตะปุ่มตะป่ำ เต็มไปด้วยความน่ากลัว แต่ทั้งสองที่แห่งนี้ ยึดแนวคิดการทำงานเอดส์เหมือนกันที่ว่าเราอยู่ร่วมกันได้

         
แล้ว เราอยู่ร่วมกันได้จริงๆ หรือ? นี่คือคำถามของฉันเมื่อได้ไปเยือนวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี สถานที่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์

          คำถามนี้ เกิดขึ้นเมื่อฉันก้าวออกจากวัด หลังจากการ
ศึกษาดูงานเสร็จสิ้น


          จริงอยู่ที่ระบบการให้ความรู้ของวัดแห่งนี้มีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น
พิพิธภัณฑ์ชีวิตสถานที่ที่นำศพของผู้ป่วยมาแสดงเพื่อเป็น อุทาหรณ์ให้กับผู้เข้าไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์อวัยวะเอดส์การนำชิ้นส่วนในร่างกายมาสตัฟฟ์เอาไว้เพื่อให้เห็นว่า ตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ หรือประติมากรรม อย่าง ลูกโลกคนโอบเอชไอวีที่เป็นรูปปั้นคนโอบล้อมลูกโลกเอาไว้ เพื่อนำเสนอว่า เราไม่ว่าจะติดเชื้อหรือไม่ก็ตาม สามารถอยู่ร่วมกันได้

         
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตั้งคำถามก็คือ การนำเสนอภาพความน่ากลัว น่าเกลียดอย่างมาก ของผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ ด้วยภาพยนตร์ที่ให้ความรู้ในห้องบรรยายนั้น ช่วยทำให้เรารู้สึกว่า อยู่ร่วมกันได้อย่างงั้นหรือ?

         
ภาพยนตร์ที่ขึ้นต้นด้วยเสียงประกอบ แบบที่ลักษณะละครบ้านเราชอบนำเสนอกับภาพของขุมนรก

         
ภาพยนตร์ที่มีแต่ภาพผู้ป่วยเอดส์เนื้อตัวตะปุ่มตะป่ำ บ้างเป็นสะเก็ดเงิน แถมยังโฟกัสให้เห็นว่ามีแมลงวันตอม แบบที่เห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนี เห็นแล้วหดหู่ เห็นแล้วก็นึกไม่ออกว่า เราจะอยู่ร่วมกันได้ยังไง?

         
แล้วภาพยนตร์แบบนี้ก็มีอยู่ทั่วไปตามโลกไซเบอร์ ซึ่งฉันและเพื่อน ๆ ได้ค้นเจอ แล้วภาพยนตร์แบบนี้แหละที่ทำให้พวกเราไถ่ถามกันเองก่อนไปถึงวัดว่า แวะกินข้าวกันก่อนไหม เผื่อออกมาแล้วกินไม่ลง

         
หรือการนำเสนอภาพความน่ากลัวนี้ จะเป็นแนวคิดเดียวกับการขู่ด้วยภาพน่ากลัวบนซองบุหรี่?

         
ผศ.ดร.สุนันทา โอศิริ ศูนย์จัดการงานวิจัยระบบสาธารณสุขภาคตะวันออก ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ผู้ทำวิจัยเรื่องภาพคำเตือนบนซองบุหรี่กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เปิดเผยว่า จากการสำรวจนักศึกษาชายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่สูบบุหรี่เกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ พบว่าร้อยละ ๖๑.๗ คิดว่าภาพเตือนบนซองบุหรี่สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ โดยในจำนวนนี้ร้อยละ ๔๗.๓ ให้เหตุผลว่าเห็นภาพแล้วทำให้เกิดความกลัว

         
ส่วนผู้ที่คิดว่าภาพเตือนบนซองบุหรี่ไม่สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ได้มีจำนวน ร้อยละ ๓๘.๓ เนื่องจากภาพเตือนยังไม่น่ากลัวพอ เมื่อเห็นนานๆ แล้วเกิดความคุ้นเคย

          ผลการวิจัย บอกว่า แม้ภาพเตือนบนซองบุหรี่จะทำให้เกิดความน่ากลัว แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่มักมีทางออกเพื่อหลีกเลี่ยงในการเห็นภาพ คือ การย้ายบุหรี่ไปใส่ซองอื่น การซื้อที่ครอบซองบุหรี่มาใส่ บางรายเปลี่ยนยี่ห้อในการสูบบุหรี่ เลือกซื้อภาพที่ไม่น่ากลัว หรือเอาสีระบายทับที่ซองบุหรี่ เป็นต้น

         
ดังนั้นภาพเตือนบนซองบุหรี่สามารถลดการสูบบุหรี่ได้เพียงร้อยละ ๓๒.๕ ของผู้สูบบุหรี่เท่านั้น (๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐, สวรส.)

         
จริงอยู่ที่การขู่ด้วยความน่ากลัวของซองบุหรี่ แม้จะมีผลต่อพฤติกรรมของผู้สูบอยู่บ้าง แต่ต่างจากการขู่ให้กลัวด้วยภาพของผู้ป่วยเอดส์ เพราะภาพของซองบุหรี่อาจมีผลต่อผู้สูบโดยตรง แต่ภาพของผู้ป่วยเอดส์มีผลต่อสังคม ต่อคนรอบข้าง

         
ความน่ากลัวมันเลยต่างกัน

         
ต่างกันที่ภาพนั้น สร้างการรับรู้แบบ ผิดๆที่ว่าคน เป็นเอดส์จะต้องตัวดำ ผอมแห้ง เนื้อตัวตะปุ่มตะป่ำ ฯลฯ ทั้งที่ในความเป็นจริง มีเพียงส่วนน้อย 

          ต่างกันที่ภาพนั้น ไม่ทำให้คนรู้สึกใกล้ตัว อันมีผลต่อการ
เลือกที่จะป้องกัน เมื่อมีเพศสัมพันธ์ คือเลือกว่าจะมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกันกับ คนแบบไหนและไม่ป้องกันกับ คนแบบไหน

         
ต่างกันที่ภาพนั้น ทำให้ เรารู้สึกว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะมัน น่ารังเกียจ” “น่ากลัว” “น่าขยะแขยงและอีกสารพัดนึก อันส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วย ที่สุดท้ายก็จะต้องมาพึ่งพิงวัด เพราะคนที่บ้าน รับไม่ได้

         
แล้ว เราอยู่ร่วมกันได้ตรงไหน ยังไง หรือต้องมาอยู่รวมกันในที่วัดแห่งนี้ ถึงเรียกว่า เราอยู่ร่วมกันได้” ?!?


ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก

 

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
บทความเผยแพร่
กฏหมายเกี่ยวกับเอดส์ : กฎหมายแรงงานไทย
มุมมองของท้องถิ่นด้านโรคเอดส์
กุญแจสู่ความร่วมมือของ อปท.ด้านการป้องกันเอดส์
หน่วยงานสนับสนุน งานเอดส์
คลีนิคนิรนาม
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional