< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท

ข่าว ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ เอดส์

เอ็นจีโอ เอดส์ ยุค 2010


โรคเอดส์



เอ็นจีโอเอดส์ยุค 2010 : นักบริหารจัดการโครงการ หรือ นักเคลื่อนไหวทางสังคม(aids-cpp.net)
 
          "เอ็นจีโอหรือขบวนการภาคประชาชนยุค แรกๆทำหน้าที่เป็นปัญญาชนที่เพิ่มการมองและวิเคราะห์สังคมให้ประชาชน ชี้ให้เห็นความไม่ยุติธรรม ข้อบกพร่อง หรือความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่เท่าเทียม หรือสิ่งที่ซับซ้อนเกินจากประชาชนทั่วไปจะเข้าใจ หรือให้ทางเลือกในการคิดวิเคราะห์สิ่งใหม่ 

          แต่เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา เอ็นจีโอได้ยุติบทบาทนี้โดยสิ้นเชิง สิ่งที่เอ็นจีโอทำมันคล้ายกับเป็นภาคขยายของรัฐชาติ.. การมีหรือไม่มีเอ็นจีโอเป็นคำถามใหญ่  หรือ(หากเอ็นจีโอ)ลดความRadical ในทางความคิดลงไปแล้ว ยังจำเป็นจะต้องมีเอ็นจีโอในสังคมไทยอยู่หรือเปล่า" 

          (ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "เอ็นจีโอเป็นไงในขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน" 4-08-53)
*****

เอดส์ เพื่อเอดส์ เอ๊ดดดดด เอดส์

          เป็นประโยคประชดประชันกันเองในกลุ่มคน ทำงานเอดส์ด้วยกันเองอยู่บ่อยๆ ในทำนองว่า คนทำงานมักมองปัญหาเอดส์เป็นเพียงเอดส์เรื่องเดียว ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น เพียงเชื่อมั่นว่าถุงยางอนามัยจะเป็นคำตอบที่วิเศษของงานป้องกันไม่ให้มีผู้ ติดเชื้อรายใหม่ หรือเชื่อว่าการที่ผู้ติดเชื้อได้ยาและการดูแลรักษา ก็เป็นคำตอบทั้งหมดทั้งมวลของชีวิตผู้ติดเชื้อคนหนึ่งแล้ว หรือถึงจะเห็นว่าเอดส์เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น ก็อาจจะคิดว่านอกเหนือจากงานที่ตัวเองทำอยู่ 

          ขอยกเรื่องราวที่ได้ยินมาจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นมาไม่นานให้ลองช่วยกันขบคิด 

          บ้านพักชั่วคราวสำหรับผู้ป่วยที่มีเชื้อเอชไอวีแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ รับผู้ป่วยหญิงชนเผ่าไว้ในความดูแล เมื่อเธอสุขภาพแข็งแรง เธอจึงออกจากบ้านพักเพื่อไปใช้ชีวิตทำมาหากินตามปกติ  ต่อมาผู้ดูแลบ้านพักทราบว่าผู้หญิงคนนี้ได้แต่งงานกับผู้ชายคนใหม่ แต่สามีใหม่ของเธอไม่ต้องการให้เธอเอาลูกสาวที่เกิดกับสามีเก่ามาอาศัยอยู่ ด้วย เธอจำใจขายลูกสาวตัวเองที่อายุไม่ถึง 5 ขวบให้กับคนอื่นด้วยจำนวนเงินเพียง 3,000 บาทเพื่อแลกกับความมั่นคงในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่คิดว่า การมีสามีคือหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของตัวเอง 

          อีกรายเป็นผู้ป่วยชาย หลังจากที่เขาได้รับการรักษาจนสุขภาพกลับมาแข็งแรงดีและออกจากบ้านพัก ภายหลังชายคนนี้ถูกจับและติดคุกอีกด้วยคดีขายยาบ้า 

          ชีวิตที่ลงเอยไม่สวยงามสร้างความผิดหวังให้กับผู้ดูแลบ้านพัก เธอตั้งคำถามกับศรัทธาที่มุ่งมั่นข้ามน้ำข้ามทะเลจากต่างแดน รวบรวมเงินระดมทุนจากผู้มีใจศรัทธาเดียวกันมาสร้างบ้านพักให้เป็นที่พักพิง ชั่วคราวและให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยเอชไอวี/เอดส์มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี  เพื่อหวังจะสร้างโอกาสให้พวกเขากลับไปใช้ชีวิตตามปกติเฉกเช่นคนทั่วไป  เธอตัดสินใจยุติบทบาทของตัวเองและยกงานบ้านพักให้องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ รับดูแลต่อ เดินทางกลับประเทศพร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำเรื่องศรัทธาในตัวเองที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ 

          เรื่องที่หยิบขึ้นมานำเสนอเป็นภาพ สะท้อนสังคมที่ซับซ้อนและวิธีคิดการทำงานเอดส์ที่ไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้ เพียงการสงเคราะห์ช่วยเหลือและเยียวยาเฉพาะหน้า  หากไม่มองเอดส์ให้ไกลไปถึงสังคมโดยรวมที่ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม มีช่องว่างรายได้ระหว่างคนรวยและคนจน  มีความไม่เท่าเทียมทางเพศที่ฝังรากหยั่งลึกลงไปในวิถีชีวิตของคนในสังคม 

          ปัญหาการเข้าไม่ถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เป็นจุดเริ่มของเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิในหลักประกันสุขภาพของคนทุกคน ในสังคม หรือที่เรียกว่า บัตรทอง ที่ใช้กันทุกวันนี้ 

          อีหนูจำไมถามต่อมาเป็นชุดว่า "เราได้ยาแล้ว ทำไมเรายังไม่หยุด ทำไมยังต้องเรียกร้องร่วมกับผู้ป่วยโรคไต หัวใจ มะเร็ง ให้ได้สิทธิในการเข้าถึงยาและการรักษาอีก ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดสวัสดิการสังคมให้กับคนทุกคน ออกมาเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายบำนาญชราภาพเป็นหลักประกันให้กับผู้สูงอายุทุกคน ในประเทศนี้ ออกมาแสดงจุดยืนและข้อเสนอต่อร่างกฎหมายคุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ให้ ครอบคลุมบริการคนทุกคนในประเทศไทยบนหลักการคุ้มครองสิทธิทางเพศและสิทธิ มนุษยชนโดยเสมอหน้า รวมทั้งเรื่องกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข  ที่เป็นกระแสร้อนแรงระหว่างหมอกับเครือข่ายประชาชนในตอนนี้อีกล่ะ หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่เห็นมีตรงไหนที่พูดเรื่องเอดส์เลยนิ๊...." 

          ทำไมเราต้องยุ่งกับหลายเรื่องทั้งที่ไม่เห็นผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์เป็นตัวเป็นตนอยู่ในทุกปัญหาทั้งหมดที่ว่ามา 

          นั่นสินะ และถ้าหากผู้ติดเชื้อเข้าถึงยาและการรักษาแล้ว แต่พวกเรายังอยู่ในสังคมที่เหลื่อมล้ำ สังคมที่ไม่เสมอภาคในหลายเรื่อง  สังคมที่เอารัดเอาเปรียบ ละเมิดสิทธิ เลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ ผู้หญิง เกย์ กะเทย ฯลฯ  เราจะนิ่งเฉยดูดายโดยไม่ออกมาทำอะไรเลยหรือ..

เอ็นจีโอ นักบริหารกิจกรรมโครงการ หรือนักเคลื่อนไหวทางสังคม 

          สมัชชาเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้าน เอดส์ หรือ สมัชชากพอ.ปีนี้ ว่าด้วยการตั้งคำถามเรื่องบทบาทของเอ็นจีโอกับการเปลี่ยนแปลงสังคม เหตุการณ์ทางการเมืองหลังวิกฤติความรุนแรงเดือนพฤษภาคม เป็นตัวเร่งให้เอ็นจีโอออกมาทบทวนจุดยืนและท่าทีต่อสถานการณ์บ้านเมือง เมื่อเอ็นจีโอกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องให้มีคนรับผิดชอบต่อความสูญเสียชีวิต ของประชาชนและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของคนหลายกลุ่มที่รวมตัวชุมนุมทางการ เมืองด้วยหลายเหตุปัจจัย แต่ก็จะมีเอ็นจีโออีกกลุ่มอธิบายว่าคนกลุ่มนี้เข้าข้างกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะถ้าคุณไม่เป็นเหลือง คุณก็ต้องเป็นแดง  มีอยู่แค่นี้ จนกลายมาเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์เอ็นจีโอว่า "ไม่เท่าทันสถานการณ์"  มีนัยยะว่าวิเคราะห์ปัญหาในกรอบคิดแบบขั้วตรงข้าม  ดี – ไม่ดี  ฝ่ายธรรมมะ – ฝ่ายอธรรม แต่ไม่เห็นความเชื่อมโยงและความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้น 

          ขณะที่เอ็นจีโออีกกลุ่มหนึ่งก็ออกมาส่งเสียงให้เราได้ยินอยู่เสมอว่า "องค์กรเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง" 

          ความคิด "ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง" ได้ยินมานานและน่าจะมาพร้อมกับการก่อตั้งองค์กรด้วยซ้ำไป หลายคนมักอ้างอิงการตีความจากระเบียบข้อบังคับของการจัดตั้งองค์กรหรือการ เป็นมูลนิธิที่ระบุเงื่อนไขว่าจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  ประเด็นนี้ถูกจุดขึ้นมาเป็นระยะๆ ย้อนไป 4-5  ปีก่อนที่กพอ.กำหนดยุทธศาสตร์งานปฏิรูปสังคมและการเมือง (ขณะนั้นมีเหตุการณ์ที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ และเอ็นจีโอด้านเอดส์ที่ทำงานด้านการเข้าถึงยา ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับสหรัฐ และการเสนอให้รัฐบาลประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือ ประกาศซีแอล) จนทำให้สมาชิก กพอ.บางคนขอถอนตัวไม่เข้าร่วมขบวนกับกพอ. เพราะไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว และมองว่าขัดกับเจตนารมณ์ขององค์กรที่ตัวเองสังกัดอยู่ 

          ปัจจุบันจำนวนองค์กรเอ็นจีโอเอดส์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำงานแตกแขนงเครือข่ายเชิงประเด็นแยกย่อยออกไปในหลายด้าน ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยการเข้าถึงเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนโลกให้กับประเทศ ไทยต่อเนื่องมาเกือบ7 ปี 

          ด้านหนึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คนทำงาน รุ่นใหม่เข้ามาสู่แวดวงงานเอ็นจีโออย่างคึกคัก อีกด้านหนึ่งก็เกิดคำถามท้าทายกับคนทำงานรุ่นใหม่ เมื่อถามถึงจินตนาการในเรื่องอุดมการณ์และจุดยืนการทำงานของตัวเอง น้องๆ หลายคนงงและสงสัยว่า "จุดยืน" คืออะไร บางคนมองว่างานที่ตัวเองทำเป็นการทำงานเพื่อช่วยตอบโจทย์ตามภารกิจของรัฐ ตอบโจทย์โครงการที่เขียนไว้กับผู้ให้ทุน 

          ขอย้ำว่าการสร้างความร่วมมือกับรัฐไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหายโดยเฉพาะงานบริการด้านสาธารณสุข ถ้าตอบตัวเองไม่ได้ว่า Government กับ Non- Government แตกต่างกันอย่างไร ก็คงไม่จำเป็นที่สังคมไทยต้องมีเอ็นจีโออีกต่อไป 

          หากเอ็นจีโอยังมีความหมายของการทำ หน้าที่เป็นหน่วยสำคัญในการตรวจสอบนโยบายที่ส่งผลกระทบในทางลบกับประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมที่ยังมีความไม่เป็นธรรม ไม่เคารพสิทธิ สังคมที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การถามหาจุดยืน หรือ การมีเจตจำนงทางการเมือง เป็นเรื่องที่คนที่เรียกตัวเองว่าเป็น เอ็นจีโอ ต้องคิดและทบทวนตัวเองอยู่เสมอ หากไม่เคยอยู่ในจินตนาการความคิด ก็ยากที่จะยืนหยัดศรัทธาในงานที่ตัวเองทำอยู่ 

          ข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็ คือ การทำงานของเอ็นจีโอยังจำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกประเทศ เพราะรัฐไทยสนับสนุนเม็ดเงินให้เอ็นจีโอทำงานในสัดส่วนที่น้อยมาก ทั้งที่ผลสำเร็จของการทำงานเอดส์ในหลายๆ ด้านเกิดขึ้นจากการผลักดันของเอ็นจีโอและภาคประชาสังคม เป็นประโยคที่คุณพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ ในฐานะเอ็นจีโอได้ออกมาแสดงจุดยืนให้รัฐต้องสนับสนุนเงินทุนให้เอ็นจีโอทำ งานอย่างจริงๆ จัง ๆ 

          อย่างไรก็ตาม พันธกิจในเชิงการบริหารจัดการโครงการย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การอาสาสมัครตัวเองเข้ามาทำงานเอ็นจีโออย่างมืออาชีพ ก็คือ ต้องทำให้มันเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ มีความรับผิดชอบในฐานะที่มันเป็นอาชีพๆ หนึ่ง และทำให้อาชีพนั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า 

          นิมิตร์ เทียนอุดม บอกกับเอ็นจีโอเอดส์ในงานสมัชชาฯว่า  "เราจะเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม หรือเราจะเป็นนักบริหารจัดการโครงการ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องผสมผสานจริงๆ เราจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แต่เราต้องเป็นทั้ง 2 อย่าง"



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
aids-cpp.net


icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
บทความเผยแพร่
กฏหมายเกี่ยวกับเอดส์ : กฎหมายแรงงานไทย
มุมมองของท้องถิ่นด้านโรคเอดส์
กุญแจสู่ความร่วมมือของ อปท.ด้านการป้องกันเอดส์
หน่วยงานสนับสนุน งานเอดส์
คลีนิคนิรนาม
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional