< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล

ข่าว และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต

NAT เทคโนโลยีใหม่ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางโลหิต

 

NAT เทคโนโลยีใหม่ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางโลหิต 

 

เทคโนโลยีที่ใช้ตรวจโลหิตในปัจจุบัน  เป็นเทคนิคการตรวจหาเชื้อและภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี,ซี และไวรัสเอชไอวี  โดยจะทำการตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตรวจแอนติบอดีเพื่อหาไวรัสตับอักเสบซี รวมถึงตรวจแอนติบอดีและเชื้อ  เพื่อหาไวรัสเอชไอวี เทคนิคเหล่านี้ถือเป็นเทคนิคที่ไวที่สุดตามที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วิธีนี้จะเป็นวิธีการตรวจคัดกรองโลหิตของผู้บริจาคอย่างดีแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถตรวจเชื้อโรคต่างๆ ในช่วง window period หรือช่วงที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อมาแล้ว  แต่ร่างกายยังไม่สร้างภูมิต้านทานออกมาให้ตรวจพบได้ จึงทำให้ผู้ป่วยซึ่งได้รับโลหิตสามารถรับเอาเชื้อที่ตรวจไม่พบ เข้าไปในร่างการแล้วเกิดโรคติดต่อต่างๆ ได้

จากปัญหาดังกล่าว ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  จึงต้องหาเทคนิคที่ไวกว่าในการตรวจโลหิตบริจาค เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย อันสนองต่อนโยบายคุณภาพของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติว่า โลหิตและผลิตภัณฑ์ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีคุณภาพปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ

 

การตรวจ NAT (Nucleic Acid  Amplification Testing)

 

เทคนิคการตรวจกรองโลหิตบริจาคแบบ NAT ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยของโลหิตที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยแล้ว ทั้งในสหรัฐอเมริกา ประเทศในแถบ ยุโรป ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงค์โปร์ ฮ่องกง จีนและเกาหลี เป็นต้น

เทคนิค NAT เป็นเทคนิคที่ดีมากในการตรวจหาเชื้อในโลหิตบริจาค เนื่องจากเทคนิคนี้สามารถตรวจหาเชื้อได้โดยตรง  ทั้งยังสามารถตรวจเชื้อไวรัสอื่นๆ ได้ด้วย  เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบบี  เวสท์ไนล์ไวรัส และโรคซาร์ส ซึ่งหากเรามีความรู้ในเรื่องเทคนิคเหล่านี้ จะทำให้สามารถประยุกต์ใช้กับโรคต่างๆ ได้มาก

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้ทดลองนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ตรวจกรองโลหิตให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  เริ่มต้นด้วยการคัดกรองผู้บริจาคที่อยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัยที่สุด สุขภาพร่างกายแข็งแรง  เมื่อตรวจสอบและซักถามประวัติของผู้บริจาคอย่างละเอียดแล้วจะทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น ตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจร และตรวจดูความเข้มของโลหิต หากปกติดีก็สามารถบริจาคโลหิตได้ ซึ่งเข็มและถุงเจาะเก็บโลหิตจะใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริจาคติดโรคใดๆ จากผู้บริจาคคนอื่น

จากนั้นก็จะทำการตรวจกรองซิฟิลิส และตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเอชไอวี โดยวิธี ELA  ตามมาตรฐาน ส่วนโลหิตที่ต้องการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบซีให้มากขึ้นไปอีก  จะต้องนำมาตรวจเพิ่มด้วยวิธี NAT ซึงใช้เวลาในการตรวจประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งสามารถตรวจพบเชื้อเอชไอวี ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 6 วัน  และสามารถตรวจพบเชื้อ  ไวรัสตับอักเสบบี ได้เร็วกว่าเดิม 58 วัน

 

การตรวจ NAT หรือ Nucleic Acid Amplification Testing เป็นวิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสโดยการเพิ่มขยายยีนหรือสารพันธุกรรม (กรดนิวคลีอิก ได้แก่ DNA หรือ RNA) เป็นเทคนิคที่มีความไวมากในการตรวจหาการติดเชื้อ มีประโยชน์ในการวินิจฉัยผู้ติดเชื้อ ในระยะเวลาที่ยังตรวจไม่พบโดยวิธีที่ใช้ตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป เช่น แอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ (การตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น) หรือแอนติเจนของเชื้อไวรัส (การตรวจหาโปรตีนของเชื้อโดยตรง)

 

การเก็บตัวอย่างส่งตรวจ NAT คือ ต้องเจาะโลหิตปริมาณ 5 มิลลิลิตร  ใส่ในหลอด EDTA เป็นสารกันโลหิตแข็งตัว ส่งห้องปฏิบัติการโดยเร็วที่สุด

ในกรณีที่ไม่สามารถจัดส่งได้ตามกำหนดให้ทำการปั่นแยกพลาสมาแล้วนำส่งห้องปฏิบัติการโดยรักษาความเย็นตลอดการขนส่ง (การเก็บรักษาซีรัมหรือพลาสมาสามารถเก็บรักษาไว้ที่ 2-8 องศาเซลเซียสได้นาน 3 วันหรือแช่แข็งที่อุณหภูมิ  -20 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า)

ปัจจุบันมีวิธีการตรวจโดยใช้เทคนิค NAT หลายชนิดซึ่งต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ได้แก่ วิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรสเพิ่มขยาย DNA และวิธีปฏิกิริยาการเพิ่มขยาย DNA หรือ RNA โดยอาศัยหลักการถอดรหัส DNA ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนการเติมน้ำยาลงในตัวอย่างตรวจเพื่อให้น้ำยาไปทำลายเปลือกหุ้มไวรัส ทำให้สาร พันธุกรรมหรือ  RNA ของไวรัสหลุดออกมา 

 

จากนั้นเป็นขั้นตอนการเพิ่มจำนวน DNA และ RNA ของเชื้อไวรัส โดยอาศัยเอ็นไซม์ 2 ชนิด ได้แก่ Reverse Transcriprase และ RAN  polymerase ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ใช้ในกระบวนการถอดรหัส DNA ทำให้เกิดการสังเคราะห์ได้ RNA เส้นใหม่เกิดขึ้นมากมายและสุดท้ายเป็นขั้นตอนที่ใช้ตรวจหา  RNA ที่ถูกสังเคราะห์เพิ่มจำนวนขึ้นมาจากขั้นตอนก่อนหน้านี้

หลังจากนำ  NAT เข้ามาใช้ สามารถตรวจหาเชื้อเอชไอวี  หลังการติดเชื้อประมาณ 11 วัน (จากเดิม คือ 22 วัน)

สำหรับสิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ และทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงบ้างในการได้รับโลหิตบริจาค คือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลของรัฐต่างๆ ทั่วประเทศ ยังไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ เพื่อนำมาใช้จัดซื้อน้ำยาในการตรวจ  NAT ฉะนั้น สิ่งที่อาจทำได้ในขณะนี้ คือ การให้โรงพยาบาลต่างๆ หรือ ผู้ป่วยจ่ายเงินในส่วนของการตรวจ NAT เพิ่มขึ้น ประมาณถุงละ 500 บาท เพราะนอกจากจะคุ้มค่าแล้ว ยังเป็นหลักประกันความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย  โดยจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือผลแทรกซ้อนจากโลหิตบริจาคลดลง

 

บริการตรวจ NAT

 

ขณะนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้เปิดให้บริการตรวจโลหิตบริจาค เฉพาะเชื้อเอชไอวี และ เชื้อไวรัสตับอักเสบซี โดยวิธี NAT ให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วไป ที่ร้องขอมา

เวลาทำการ วันราชการ 8.30  19.30 น.

วันหยุดราชการ 13.3019.30 น.

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายคัดกรอง จ่ายโลหิตและผลิตภัณฑ์ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โทร. 0-2252-4106-9 ต่อ 158,181 โทรสาร 0-2252-7160 

 

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2552

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
เรื่องควรรู้ในการบริจาคโลหิต
หลักการเบื้องต้นของการบริจาคโลหิต
คุณสมบัติของผู้บริจาค
คุณสมบัติของผู้บริจาค
เตรียมตัวก่อนการบริจาคโลหิต
เตรียมตัวก่อนการบริจาคโลหิต
ดูแลตนเองหลังบริจาคโลหิต
ดูแลตนเองหลังบริจาคโลหิต
ประโยชน์ของการเป็นสมาชิกสภากาชาดไทย
ข้อดีของการบริจาคเลือด
เรื่องควรรู้ ก่อน-หลัง บริจาคโลหิต
กลุ่มเสี่ยงโรคมาลาเรีย ควรคัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต
สถานที่รับบริจาคโลหิต
สถานที่รับบริจาคโลหิต
ใกล้ที่ไหน , สะดวกที่ไหนไปที่นั่น ... ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่รับบริจาคโลหิตได้ที่นี่
ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับหมู่โลหิต
ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ หมู่โลหิต และการบริจาคโลหิต
สอบถามโดยตรง ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ : 0-2252-1637,0-2251-1601
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional