|

กาชาดขอรับบริจาคโลหิตหมู่พิเศษทุกกรุ๊ปจำนวนมาก
สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทุกกรุ๊ป จำนวน 90 ยูนิต กรุ๊ป A จำนวน 47 ยูนิต , กรุ๊ป B จำนวน 12 ยูนิต ,กรุ๊ป O จำนวน 31 ยูนิต, เนื่องจากมีผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนและเด็กวัย 7 ปี ป่วยโรคธาลัสซีเมียต้องได้รับเลือด นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะซีดหลังจากการผ่าตัด คลอดบุตร ผ่าตัดมดลูก เลือดออกในกระเพาะอาหาร มะเร็ง ไตวาย และล้างไต ต้องการใช้โลหิตจำนวนมาก แต่จำนวนผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ หรือ อาร์เอช ลบ ในประเทศไทย มีน้อยมาก คือ 1,000 คน จะพบเพียง 3 คนเท่านั้น และ ในทะเบียนมีผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษทั่วประเทศไม่ถึง 5,000 คน
จึงขอเชิญผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ ติดต่อบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ วันจันทร์ - วันศุกร์ เปิดเวลา 08.00-16.30 น. ,วันอังคารและวันพฤหัสบดี เปิดเวลา 07.30-19.30 น. และวันเสาร์ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.30-15.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 22639600 ต่อ 1760 ,1761, 1770
การเตรียมตัวก่อนการบริจาคโลหิต
เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและของผู้ป่วยที่จะรับโลหิตของท่าน ขอความกรุณาอ่านเพื่อเตรียมตัวก่อนถึงวันบริจาคโลหิต ดังนี้..
1.ท่านต้องมีอายุเต็ม 17 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป ทั้งหญิงและชาย
2.ต้องนอนหลับเพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง
3.ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วงมาก ใน 7 วันที่ผ่านมา หรือกำลังเป็นไข้หวัด
4.น้ำหนักต้องไม่ลดผิดปกติในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
5.หากรับประทานยาแอสไพริน, ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 3 วัน ถ้าเป็นยาแก้อักเสบหรือยาอื่นๆ ต้องหยุดมาแล้ว 7 วัน
6.ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, ไอเรื้อรัง, วัณโรค หรือภูมิแพ้อื่นๆ
7.ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง,เบาหวาน,หัวใจ,ตับ,ไต,มะเร็ง,ไทรอยด์,โลหิตออกง่าย-หยุดยากหรือโรคประจำตัวอื่นๆ
8.หากถอนฟันต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน
9.หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน หากผ่าตัดเล็กต้องเกิน 1 เดือน
10.ท่านหรือคู่ครองของท่านต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือเบี่ยงเบนทางเพศ
11.ต้องไม่มีประวัติติดยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษต้องเกิน 3 ปี และมีสุขภาพดี
12.หากเจาะหู,สัก,ลบรอยสักหรือฝังเข็มในการรักษา ต้องเกิน 1 ปีไปแล้ว
13.หากมีประวัติเจ็บป่วยและได้รับโลหิตของผู้อื่นต้องเกิน 1 ปี
14.หากมีประวัติเป็นมาเลเรีย ถ้าเคยเป็นต้องหายมาแล้วเกิน 3 ปี หากเคยเข้าไปในพื้นที่ที่มีเชื้อมาเลเรียชุกชุม ต้องทิ้งระยะอย่างน้อยเกิน 1 ปี จึงบริจาคโลหิตได้
15.สตรีต้องไม่อยู่ในระหว่างมีรอบเดือน
16.หลังการคลอดหรือแท้งบุตรต้องเกิน 6 เดือน
17.ต้องไม่ได้รับวัคซีนในระยะ 14 วัน หรือเซรุ่มในระยะ 1 ปี ที่ผ่าน
18.ก่อนบริจาคโลหิต ต้องรับประทานอาหารให้เรียบร้อย ยกเว้นประเภทมันจัด
ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551
|