< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

เตือนภัย ใกล้ตัว

ข่าวภัยรายวัน

รณรงค์ รักเป็น ปลอดภัย ใส่ใจคนรัก




 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรม "Young Love รักเป็น ปลอดภัย ใส่ใจคนรัก" เพื่อรณรงค์ สร้างความตระหนักให้วัยรุ่นมีความรักให้เป็นและปลอดภัย ต้องป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และ   การตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น พร้อมชวนคนไทยแสดงความรักด้วยการกอด สร้างความอบอุ่นในครอบครัว

          ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน "Young Love รักเป็น ปลอดภัย ใส่ใจคนรัก" ณ Grand Hall Siam Discovery ว่า เมื่อถึงช่วงเทศกาล วันวาเลนไทน์ สังคมมักจับตามองกลุ่มวัยรุ่นที่มักใช้โอกาสนี้แสดงความรักต่อกันที่ไม่เหมาะสมด้วยการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ทำให้เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์แบบชั่ววูบ นำไปสู่การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำแท้ง และปัญหาต่าง ๆในสังคมตามมา จากการสำรวจพบว่า วันวาเลนไทน์ วัยรุ่นนิยมมีเพศสัมพันธ์กับแฟน เพื่อพิสูจน์ความรัก ดังที่มีการนำเสนอของสื่อต่าง ๆ และข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค พ.ศ. 2556 พบว่า อัตราป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี สูงถึง 52.2 ต่อประชากรวัยรุ่นและเยาวชนอายุ 15-24 ปี แสนคน และวัยรุ่นใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเพียงร้อยละ 60

          ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ พบว่า สถิติการคลอดของวัยรุ่นอายุ ต่ำกว่า 15 ปี พ.ศ. 2543 มี 4 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 9 คนต่อวัน ใน พ.ศ. 2556 และข้อมูลการแท้งในประเทศไทย พ.ศ. 2556 พบว่า ผู้ป่วยทำแท้ง ร้อยละ 40.6 มีสถานภาพเป็นนักเรียนและนักศึกษา ร้อยละ 29.0 อายุต่ำกว่า 20 ปี และร้อยละ 60.5 อายุต่ำกว่า 25 ปี การมีพฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องเพศและการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ การเรียน ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศ อีกทั้งทารกที่เกิดจากแม่วัยรุ่นมักมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และปัญหาด้านสุขภาพ หากวัยรุ่นไม่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ บางรายอาจจะไปทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย คลอดแล้วทิ้ง  
     
          ในปัจจุบันพบว่า มีทารกถูกทอดทิ้งเป็นจำนวนมากที่ต้องอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก กรณีวัยรุ่นต้องการตั้งครรภ์ต่อก็จะมักจะกลายเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ฝ่ายชายมักจะปฏิเสธความรับผิดชอบ ดังนั้น วัยรุ่นทุกคนต้องตระหนักในเรื่องความรัก รู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง มีพฤติกรรมที่เหมาะสมกับวัย ศึกษาหาความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องเพศ ทักษะการต่อรอง และทักษะการปฏิเสธ ต้องรักให้เป็นและปลอดภัย ด้วยการป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมด้วยการใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

          อธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อไปว่า วัยรุ่นหลายคู่จึงหาทางออกด้วยการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ทั้งที่จริงแล้วยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะมีความแตกต่างจากการคุมกำเนิดตามปกติ และจะเป็นอันตรายต่อผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดประเภทนี้ในระยะยาวได้ ดังนั้น เพื่อให้การมีเพศสัมพันธ์มีความปลอดภัยมากขึ้นควรป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย ร่วมกับวิธีคุมกำเนิดอย่างอื่น เช่น ยาเม็ด ยาฉีดคุมกำเนิด ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยา หรือขอรับการปรึกษาและรับบริการจากสถานบริการของรัฐ สิ่งที่จะเป็นเกราะป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น คือต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง รวมทั้งควรเปลี่ยนมุมมองในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ผู้หญิงต้องรู้จักการปฏิเสธ และผู้ชายต้องมีความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เพราะหากผู้หญิงโดนทอดทิ้งในขณะตั้งครรภ์ อาจเกิดการตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ด้วยการทำแท้ง ที่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมตามมา ดังนั้นวัยรุ่นชายหญิงจึงควรหากิจกรรมต่าง ๆ หรือออกกำลังกายเป็นประจำในช่วงที่มีเวลาว่างเพื่อไม่ให้หมกมุ่นในเรื่องดังกล่าวมากจนเกินไป หากหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ วัยรุ่นชายควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งให้ถูกต้อง หรือหากมีปัญหาในเรื่องการคุมกำเนิด สามารถปรึกษาได้ที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ Be sure ปรึกษาได้ มั่นใจชัวร์ โดยจะมีเภสัชกรให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้อง

          วันวาเลนไทน์ปีนี้ กรมอนามัยขอเชิญชวนให้วัยรุ่นหันมาสนใจสร้างความรักให้เกิดขึ้นระหว่างคนในครอบครัว ความรักระหว่างเพื่อน และความรักระหว่างมนุษย์ด้วยกัน พร้อมทั้งการบอกรักด้วยการกอดสัมผัสที่มีความพิเศษ เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ผลจากการศึกษาวิจัยของต่างประเทศระบุว่า บุคคลที่ได้รับการกอด หรือกอดผู้อื่น จะไปกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกบิน ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง เกิดความสดชื่น มีชีวิตชีวา ซึ่งนางเวอร์จิเนีย ซาเทียร์ นักบำบัดจิตวิทยาครอบครัว ชาวแคนาดา ที่มีชื่อเสียงระดับโลก พบว่า คนเราต้องการการกอดวันละ 4 ครั้ง เพื่อการดำรงชีวิต วันละ 8 ครั้งเพื่อการดำเนินชีวิต และวันละ 12 ครั้ง เพื่อจิตใจและการเจริญเติบโตของร่างกาย

          การกอดกันวันละครั้งจะทำให้ห่างไกลจากการพบแพทย์ และยังเป็นการเพิ่มระดับของฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) ทำให้ผู้ถูกกอดอบอุ่นและเป็นสุข ลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ที่ก่อให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ยังจะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารโดปามีน (dopamine) เป็นสารที่ก่อให้เกิดความสุข ความพึงพอใจ ความปิติยินดี ความกระฉับกระเฉงมากขึ้น และยังหลั่งสารแห่งความสุขอื่นอีก ได้แก่ เอนโดฟิน (endorphin) และเซโรโทนิน (serotonin) ที่มีส่วนช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและระบบภูมิต้านทานในร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายจะกระปรี้กระเปร่าแข็งแรง สุขภาพดีขึ้น ช่วยรักษาภาวะซึมเศร้า ลดความเครียด นอกจากนั้น การกอดทารกมีส่วนช่วยกระตุ้นและเพิ่มอีคิวให้กับเด็ก และการโอบกอดผู้สูงอายุด้วยความรักจากคนใกล้ชิดทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะดีขึ้น มีความกระตือรือร้น บรรเทาการเจ็บป่วย ซึมเศร้า ความวิตกกังวล ทำให้รู้สึกว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้น

          อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในตอนท้ายว่า การกอดไม่ได้จำกัดขอบเขตเพียงกับเด็กหรือระหว่างหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ผู้สูงอายุก็ต้องการการโอบกอดด้วยความรักจากคนใกล้ชิด เพราะการกอดคือภาษากายที่สื่อสารออกไปว่ายังรักและเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุอยู่เสมอ การกอดจึงช่วยเติมความรู้สึกอ้างว้างภายในจิตใจได้เป็นอย่างดี เพราะผู้สูงอายุทุกคนล้วนอยากได้รับความรักจากลูกหลาน และจะรู้สึกดีอย่างแน่นอนเมื่อถูกกอด เพราะการกอดทำให้รู้ว่าลูกหลานยังรักและเห็นความสำคัญอยู่เสมอ การบอกรักไม่เพียงแต่การกอด การแสดงออกด้วยการตัดเล็บมือ เล็บเท้า และล้างเท้าให้พ่อแม่ถือเป็นการแสดงความรัก ความใส่ใจเรื่องความสะอาดและสร้างสุขอนามัยที่ดี เพราะเมื่ออายุมากขึ้น การดูแลสุขภาพตนเองก็จะลดน้อยลงอีกด้วย






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ลงประกาศ ณ วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
กฎหมายใกล้ตัว
รู้ทันกฎหมาย - รับเช็คคนอื่น
รู้ทันกฎหมาย - รับเช็คคนอื่น
 
อายุความบัตรเครดิต 2 ปี เป็นผลอย่างไร
ผลกระทบ พรบ.วิธีพิจารณาคดี ผู้บริโภค พ.ศ.2551 กับ วิชาชีพสุขภาพ
หน่วยงานที่ช่วยเหลือคุณได้
แจ้งเหตุร้าย ภัยสังคม
แจ้งเหตุร้าย ภัยสังคม
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional