< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค

คนเก่ง คนแกร่ง

เรื่องเล่า...จากโลกเงียบ ของ"วัชรินทร์ จินะมุสิ"

 

 

เรื่องเล่า...จากโลกเงียบ ของ"วัชรินทร์ จินะมุสิ" (มติชนรายวัน)

 

"เขาไม่อยากให้ใครมองเราว่ามีพ่อแม่เป็นใบ้"

 

เจอหน้ากันไม่เท่าไหร่ วัชรินทร์ จินะมุสิ หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในนาม แหม่ม เอเอฟ 1 ก็พูดจ๋อยๆ เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง ประหนึ่งว่ารู้จักกันมาเป็นปี

พูดเก่งนะนี่ เราแซว

เธอก็ว่า "ค่ะ" แล้วพูดต่อยิ้มๆ ว่า "เก่งที่สุดในบ้าน"

จากนั้นจึงเฉลยว่าที่เป็นอย่างนั้นเพราะบ้านอันประกอบด้วยพ่อ แม่ และเธอ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่พูดได้

 

ใช่, เข้าใจไม่ผิด พ่อและแม่ของเธอเป็นผู้พิการทางหู จึงทั้งไม่ได้ยินและพูดไม่ได้

"สงสัยล่ะซิว่าแล้วแหม่มพูดได้ไง" ไม่ทันได้ถาม เธอก็ดักคอ แล้วก็เฉลยเสร็จสรรพว่า "เพราะตอนเด็ก ๆ มีญาติช่วยเลี้ยงค่ะ"

การเติบโตมากับพ่อแม่ที่พิเศษกว่าพ่อแม่คนอื่น ๆ แหม่มว่าสำหรับเธอไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

"เรื่องที่พ่อแม่ไม่ได้ยินมันไม่ใช่เรื่องใหญ่จนทำให้เรารู้สึกเป็นปมด้อย"

 

แน่นอนอาจมีความรู้สึกบ้างตอนยังเป็นเด็กเล็กมาก ๆ หากเมื่อค่อยโตขึ้นก็ค่อย ๆ เข้าใจ ดังนั้นขณะที่บางคนอาจจะอายเวลาพาพ่อแม่ออกไปเจอคนอื่น แต่เธอ "ไม่เลย"

"เราลั้นลามาก"

กลับเป็นพ่อและแม่ด้วยซ้ำที่ระยะหนึ่งในช่วงที่เธอเติบโตและเข้าเป็นสมาชิกเอเอฟ อะคาเดมี แฟนเทเชีย ใหม่ ๆ ที่ทั้งคู่ดูจะอึดอัดเวลาต้องไปไหนมาไหนด้วย

"เขาไม่อยากให้ใครมองเราว่ามีพ่อแม่เป็นใบ้ แต่แหม่มก็บอกให้เขาเป็นตัวของตัวเองนะแหละ แหม่มชอบที่พ่อกับแม่เป็นแบบนี้ ชอบที่เขาใช้ภาษามือกับเรา อย่าไปแคร์ แค่เราแฮปปี้ก็พอ"

นี่อาจจะเป็นเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมีครอบครัวที่อบอุ่น และแม้จะไม่สามารถพูดคุยหยอกล้อกันได้อย่างพ่อแม่ลูกทั่วไป แต่ก็มีวิธีแสดงความรักต่อกันอย่างสม่ำเสมอ

"พวกเราจะโอเวอร์แอ๊คมาก" แหม่มบอกยิ้มๆ

การกอดกันของพวกเธอจึงเป็นเรื่องสามัญและทำบ่อยครั้งจนนับไม่ถ้วน

และเพราะการแสดงออกที่ชัดเจนแบบนี้แหละ แหม่มถึงว่าในวันที่พ่อกับแม่ตัดสินใจแยกทางกัน เธอจึงเข้าใจ รับได้ และไม่เห็นเป็นปัญหา

"เรื่องที่เกิดขึ้นมันอาจจะเลวร้าย แต่อย่าไปจมอยู่กับมันนัก ไปเก็บมันมาคิดก็ช่วยอะไรไม่ได้ เรื่องดีๆ ต่างหากที่เราควรเก็บเอาไว้"

 

ถามเธอว่า การเติบโตมาในครอบครัวลักษณะพิเศษนี้ เมื่อเทียบกับครอบครัวปกติทั่วไป มีอะไรที่แตกต่างบ้างไหม?

เธอนิ่ง คิดอยู่สักครู่ ก่อนจะพูดยิ้มๆ ว่า ดูเหมือนสมาชิกครอบครัวเธอจำเป็นจะต้องเจอหน้ากันบ่อยกว่าสมาชิกครอบครัวปกติอื่นๆ

"พวกเราไม่สามารถบอกความรู้สึกผ่านทางมือถือ เลยต้องมาเจอกัน ซึ่งมันอาจจะทำให้ต้องเดินทางมากขึ้น ต้องเสียเวลามากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น แต่มันก็ทำให้เราได้เห็นหน้ากัน ได้สัมผัส แล้วการได้เจอหน้ากัน ความรู้สึกมันต่างจากการส่งข้อความหรือพูดผ่านมือถือนะ"

 

"ที่สำคัญคือมันอิ่ม" ท่าทางขณะที่บอกเล่า ดูแล้วเจ้าตัวมีความสุขเหลือเกิน

นอกจาก "อิ่ม" แล้ว แหม่มยังว่า ทุกครั้งที่ได้เจอ ไม่ว่าจะพ่อหรือแม่ ทั้งคู่เป็นต้องแนะนำทั้งในเรื่องคำสอน มุมมอง และประสบการณ์ชีวิต

"แม่ทำให้แหม่มรู้ว่าการให้ไม่ต้องหวังผลหรอก ให้ไปเถอะ ให้เท่าที่เราให้ได้"

เป็นการ "ทำให้รู้" แบบการสอนผ่านภาษามือ รวมไปถึงผ่านการปฏิบัติตนที่เธอเห็นผ่านสังคมของแม่และเพื่อนซึ่งเป็นผู้พิการทางหูด้วยกัน

"มันอาจจะเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของพวกเขาก็ได้ สังเกตดูเวลาคนหูหนวกเขาเจอกัน ไม่รู้จักกันหรอก แต่เขาจะยิ้มให้กัน คุยกันด้วยภาษามือ ที่สำคัญคือเขามีน้ำใจแตกต่างจากคนปกตินะ คือคนพวกนี้เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมันทำให้แหม่มได้เรียนรู้"

เช่นเดียวกับเรื่องความพยายาม

"เคยมีคนพูดว่า พระเจ้าให้ความพยายามกับมนุษย์มา 100% แต่มนุษย์ใช้ไปไม่ถึง 30% นั่นคือสิ่งที่คนปกติอย่างเราๆ เป็นกัน คือรอคอยแต่โอกาส แต่กับคนที่เขาไม่ครบ 32 เขาพยายามมากกว่านั้น

 

"อย่างพ่อแม่แหม่ม เขาเลี้ยงแหม่มมาได้จนโตขนาดนี้ สอนให้แหม่มเข้าใจโลกและเข้มแข็ง และก็ยังมีพ่อแม่ที่เป็นใบ้คู่อื่นที่แหม่มรู้จักที่เขาสามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตมา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี"

ซึ่งเธอรู้สึกขอบคุณอยู่ทุกวัน

และเพื่อแสดงความรู้สึก รวมถึงอยากบอกเล่าแง่มุมต่าง ๆ ที่ได้สัมผัส ตอนนี้เธอจึงกำลังซุ่มเขียนหนังสือ ชื่อ "เรื่องเล่าบนโลกเงียบ" เพื่อตอบโจทย์ในใจที่อยากทำอะไรสักอย่างให้พ่อกับแม่ และรวมไปถึงให้เพื่อนของพ่อและแม่

"แหม่มจะหยิบเอาตรงส่วนระหว่างโลก 2 ใบ ทั้งโลกที่เงียบของพ่อแม่ และโลกที่มีเสียงของแหม่มที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่มาเล่าให้คนอื่นฟัง"

เผื่อเรื่องเล่าบนโลกเงียบใบนั้นจะให้แง่คิดที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับใคร ๆ บ้าง


ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2552 

 

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
หน่วยงานสนับสนุน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการ
อยู่ในระหว่างการติดต่อ
อยู่ในระหว่างการติดต่อ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional