< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้

บทความน่ารู้

พลังงานแสงอาทิตย์: พลังงานหมุนเวียนที่ไทยไม่ควรมองข้าม





         ภาวะโลกร้อน และราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ "พลังงานแสงอาทิตย์" ซึ่งเป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) สะอาดได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ  มีการใช้ที่แพร่หลายขึ้น แม้ปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ยังคิดเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับพลังงานในรูปแบบอื่น กระนั้น ก็เป็นเทคโนโลยีพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดโดยมีอัตราการเติบโตของโลกเฉลี่ยร้อยละ 48 ต่อปีนับแต่ปี 2545 เป็นต้นมา 

          การติดตั้งแผงโซลาร์ของทั้งโลกในปี 2007 สูงถึง 2.8 กิกะวัตต์ และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์เป็นอุตสาหกรรมอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง

การพัฒนาของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ของโลก

          การเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ในช่วงที่ผ่านมามีข้อจำกัดจากอุปทานของวัตถุดิบ ปัจจุบันการผลิตถูกจำกัดโดยอุปทานของวัตถุดิบ (โพลีซิลิคอน) ซึ่งตั้งแต่ปี 2549 มีความขาดแคลน ส่งผลให้ราคาโพลีซิลิคอนซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ทำให้บริษัทผู้ผลิตบางส่วนหันไปหาการผลิตโซลาร์เซลล์แบบฟิลม์บาง (thin film) ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่มีการพึ่งพาโพลีซิลิคอนต่ำกว่าการผลิตแบบ crystalline 

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความต้องการซิลิคอนบริสุทธิ์ที่สูงจูงใจให้มีการลงทุนผลิตเพิ่ม ดังนั้น คาดว่าตั้งแต่ปี 2552 สถานการณ์ความขาดแคลนโพลีซิลิคอนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมจะมีแนวโน้มคลี่คลายลง ซึ่งหมายความว่าต้นทุนการผลิตและราคาของโซลาร์เซลล์มีแนวโน้มลดลงในอนาคต  

          ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์โลกมาจากนโยบายการส่งเสริมของรัฐ ตลาดหลักของพลังงานแสงอาทิตย์มีการกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศในยุโรป โดยตลาดที่ใหญ่ที่สุด(ส่วนแบ่งตลาดเกือบร้อยละ 50) และเติบโตเร็วที่สุดอยู่ที่ประเทศเยอรมัน รองลงมาคือสเปน (ประมาณร้อยละ 20) ในขณะที่ตลาดนอกยุโรปที่มีความสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ซึ่งในประเทศเหล่านี้มีนโยบายที่สนับสนุนและมีการให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทางเลือกที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อาทิ การให้เครดิตภาษี การรับซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอัตราที่จูงใจ เป็นต้น 

          มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเติบโตของตลาดแผง/เซลล์แสงอาทิตย์เนื่องจากแม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานฟรีแต่ก็มีต้นทุนการติดตั้ง (ราคาของแผงโซลาร์) ที่สูง

ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย.. มุ่งผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก

          อุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย.. เป็นการผลิตเพื่อมุ่งส่งออกเนื่องจากตลาดภายในประเทศมีขนาดและการเติบโตที่จำกัด แม้ว่าด้วยลักษณะสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์จากแสงแดด แต่ปัจจุบันยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อยู่เป็นจำนวนน้อย ในปี  2550  ไทยมีการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์เพียง 32.3 เมกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 10.5 หรือประมาณ 3.4 เมกะวัตต์เป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อกับระบบ (grid-connected) ในขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.6 หรือ 26 เมกะวัตต์เป็นการผลิตไฟฟ้าในบริเวณที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

          เนื่องจากตลาดในประเทศมีขนาดและการขยายตัวที่จำกัด การผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ในไทยส่วนใหญ่จึงเป็นการผลิตเพื่อส่งออก ในปี 2550 ไทยมีการส่งออกสินค้าในหมวดนี้เป็นมูลค่ารวม 213.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของการส่งออกของทั้งโลก โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย คือ  ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ กลุ่มประเทศยุโรป อาทิ เยอรมัน  ฮังการี และสหรัฐฯ 

          ด้านการผลิต สถานการณ์การขาดแคลนโพลีซิลิคอนซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ทำให้ความสามารถในการจัดซื้อวัตถุดิบเป็นข้อจำกัดของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยผู้ผลิตต้องทำสัญญาจัดซื้อระยะยาวซึ่งต้องมีเงินทุนในการชำระล่วงหน้าเพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตต่อไปได้

โอกาสและปัจจัยที่จะมีผลต่อการเติบโตของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของไทย

          แนวโน้มตลาดภายในประเทศ..  การเติบโตของตลาดภายในประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ ตลาดภายในประเทศไทยค่อนข้างจำกัด โดยไทยมีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 1-3 เมกะวัตต์ต่อปี ประเทศไทยมียุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนของไทยช่วง 5 ปี (2551-2554) โดยได้มีการตั้งเป้าหมายในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเป็น 45 เมกะวัตต์จากเดิม 32.25 เมกะวัตต์

          นอกจากนี้ รัฐมีมาตรการสนับสนุนธุรกิจและส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยมีการยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบและการให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (ค่า adder) เป็นต้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ยังอยู่ในระดับที่สูง การเพิ่มแรงจูงใจจึงเป็นตัวกระตุ้นตลาดในประเทศที่สำคัญ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่าตลาดที่มีศักยภาพของธุรกิจ คือ การติดตั้งแผงโซลาร์บนอาคารธุรกิจ/โรงงาน/รีสอร์ทและโรงแรม สำหรับตลาดอื่นๆ หากรัฐมีการสนับสนุนมากเพียงพอก็น่าจะทำให้มีการลงทุนสร้างโซลาร์ฟาร์มเพื่อขายไฟฟ้าเข้าระบบและการติดตั้งแผงโซลาร์ของครัวเรือนแพร่หลายมากขึ้น

          ด้านการส่งออก.. อุปสงค์โลกมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในต่างประเทศ การเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตแผง/โซลาร์เซลล์ขึ้นกับทิศทางของอุปสงค์ในต่างประเทศซึ่งขึ้นกับนโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเหล่านั้น ปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัวของตลาดส่งออกไทยในอนาคต คือ การที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าหลักของไทย กลับมามีนโยบายสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์อีกครั้งหลังจากที่ได้หยุดไปในปี 2548 

          แม้ว่าในหลายๆ ประเทศในยุโรปและประเทศสหรัฐฯ นโยบายการสนับสนุนอาจมีแนวโน้มลดลงไปบ้าง แต่แนวโน้มการขยายตัวที่สูงในอนาคตของตลาดญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในภาพรวมความต้องการแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ของตลาดโลกในช่วงปี 2551-2553 น่าจะขยายตัวได้ในอัตราเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45 ต่อปี

ความท้าทายของธุรกิจในอนาคต 

          ในระยะยาวอุตสาหกรรมในไทยจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นรวมทั้งแรงกดดันในเรื่องของราคา เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์เป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง จึงจูงใจให้บริษัทต่างๆ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นมากและส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของอุปทานสินค้าในตลาดโลก นอกจากนี้ราคาโพลีซิลิคอนที่มีแนวโน้มลดลงหลังปี 2551 ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ก็เป็นอีกแรงกดดันต่อราคาของสินค้า ซึ่งอุตสาหกรรมในไทยหรือในประเทศอื่นๆ ที่เป็นการผลิตขนาดกลาง-เล็กอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้นเนื่องจากไม่มีการประหยัดต่อขนาด ซึ่งในท้ายที่สุดอาจนำมาซึ่งการควบรวมกันเพื่อลดต้นทุน  

          ขณะเดียวกันราคาของแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ที่ลดลงในอนาคตจะกระตุ้นให้ตลาดขยายตัวสูงและทำให้เกิดตลาดใหม่ๆ ขึ้นทั่วโลก ราคาของแผง/โซลาร์เซลล์รวมถึงอุปกรณ์เสริมมีแนวโน้มลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในอนาคตเมื่อต้นทุนของการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ลดลงจนถึงในระดับที่ใกล้เคียงกับการใช้พลังงานจากแหล่งอื่น เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในหลายๆ ตลาดโดยไม่ต้องพึ่งพาการอุดหนุนจากภาครัฐ จะทำให้การใช้แผงโซลาร์เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและเพื่อการประยุกต์ใช้อื่นๆ เพิ่มขึ้นทวีคูณ ซึ่งแนวโน้มการลดลงของราคาแผง/โซลาร์เซลล์และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์น่าจะเห็นได้ชัดเจนหลังปี 2553

          ช่วงจุดเปลี่ยนก่อนที่พลังงานแสงอาทิตย์จะมีการใช้อย่างแพร่หลายโดยทั่วไปนั้น อุตสาหกรรมจะต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง ซึ่งต้องการการปรับตัวของผู้ผลิตเองและความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากภาครัฐ ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีข้อเสนอแนะดังนี้

          ภาคเอกชนควรมีการปรับโครงสร้างการผลิตให้มีการประหยัดต่อขนาด การเพิ่มมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง การหาผู้ร่วมทุนเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดในเรื่องเงินทุนที่ต้องใช้เพื่อขยายการผลิตและการซื้อตุนวัตถุดิบ ด้านการลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้อุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกสามารถทำได้โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การขยายกำลังการผลิตในแง่ของปริมาณหรือการขยายการผลิตขึ้นไปในห่วงโซ่ที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสินค้า เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ และการพัฒนารูปแบบของการใช้งาน ก็มีความสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว

          ความไม่แน่นอนของนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร

          ดังนั้น ภาครัฐควรให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ ทั้งในด้านการผลิต เช่น การลดภาษี การจูงใจให้มีการลงทุนเพิ่ม และด้านการตลาดโดยเฉพาะตลาดภายในประเทศซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและสามารถที่จะเป็นตัวรองรับอุตสาหกรรมได้ ภาครัฐสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทางด้านต้นทุนโดยการลดหรืองดเว้นการเก็บภาษี รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้มีการลงทุนเพิ่มและการกระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน 

          ในด้านการตลาด ภาครัฐควรมีปรับปรุงและเพิ่มมาตรการสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เช่น การเพิ่มอัตราและขยายระยะเวลาการรับซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ การเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณค่า adder  หรือการขยายการให้เงินกู้ต้นทุนต่ำเพื่อช่วยในการติดตั้งแผงโซลาร์ เป็นต้น 

          แง่หนึ่งแม้ว่าต้นทุนทางการเงินของการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ในขณะนี้จะยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐจะต้องคำนึงถึงคือ ความมั่นคงทางด้านพลังงานซึ่งเกิดจากการกระจายการใช้พลังงานไปในแหล่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากพลังงานจากฟอสซิล ประโยชน์ของพลังงานทดแทนที่ไม่มีต้นทุนภายนอก (external cost) ที่เกิดจากมลพิษ ประโยชน์ที่จะได้รับอื่นๆ เช่น การขายคาร์บอนเครดิตในโครงการที่มีการใช้พลังงานทดแทน และการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและรายรับให้กับประเทศในอนาคต

          กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การป้องกันภาวะโลกร้อน ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีการตื่นตัวในการใช้และพัฒนาพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งในส่วนของการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์นั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์โลกมีการขยายตัวสูงตามความต้องการของตลาดที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมในหลายๆประเทศ เช่น การให้เครดิตภาษี (tax credit) ในสหรัฐฯ หรือการรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ (feed-in tariffs) ในยุโรป เป็นต้น โดยตลาดการติดตั้งแผงโซลาร์รวมทั้งโลกในปี 2550 สูงถึง 2826 เมกกะวัตต์เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ร้อยละ 62 

          สถานการณ์การผลิตและตลาดโลกของโซลาร์เซลล์ในปัจจุบัน การผลิตถูกกำหนดโดยอุปทานของโพลีซิลิคอนซึ่งเป็นวัตถุดิบและเป็นต้นทุนที่สำคัญในการผลิตแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ ภาวะการขาดแคลนซึ่งเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ทำให้ผู้ผลิตที่สามารถจัดซื้อหรือทำสัญญาระยะยาวได้มีความได้เปรียบโดยสามารถตอบสนองต่ออุปสงค์ของสินค้าซึ่งมีอยู่ในตลาดโลกได้ สำหรับประเทศไทยในส่วนของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมที่เป็นบริษัทขนาดกลาง-เล็ก ความสามารถในจัดซื้อวัตถุดิบและการหาแหล่งเงินทุนเพื่อทำสัญญาระยะยาวเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมซึ่งเป็นข้อจำกัดในการรับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า

          ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยเป็นการผลิตเพื่อมุ่งส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากข้อจำกัดของขนาดและการเติบโตของตลาดภายในประเทศ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่าตลาดที่มีศักยภาพ คือ การติดตั้งโซลาร์บนอาคารธุรกิจ สำนักงาน/โรงงาน/รีสอร์ทและโรงแรม โดยแนวโน้มการเติบโตของตลาดภายในประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐเป็นสำคัญ และหากภาครัฐให้การสนับสนุนมากเพียงพอ การใช้ในตลาดอื่นๆ อาทิ การลงทุนสร้างโซลาร์ฟาร์ม และการใช้งานของครัวเรือนภายในประเทศก็น่าจะมีแนวโน้มแพร่หลายมากขึ้น ด้านการส่งออกมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวที่สูงในอนาคตของญี่ปุ่นและประเทศในทวีปยุโรปบางประเทศ 

          โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าความต้องการแผง/เซลล์แสงอาทิตย์ของตลาดโลกในช่วงปี 2551-2553 น่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45 ต่อปี  

          ความท้าทายของธุรกิจไทยในอนาคตอยู่ที่การแข่งขันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการเดิมและการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ประกอบกับราคาของแผง/โซลาร์ที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานวัตถุดิบและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งราคาที่ปรับลดลงในระดับที่ใกล้เคียงกับการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดที่สำคัญที่ทำให้มีการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์อย่างแพร่หลาย

          ขณะเดียวกันการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและราคาของสินค้าที่มีแนวโน้มลดลงจะเป็นแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมในไทยซึ่งต้องมีการปรับตัวทางด้านการผลิตให้มีการประหยัดต่อขนาดเพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และมีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสินค้าอย่างต่อเนื่อง 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
ภาวะโลกร้อน
ฮีตเวฟ ... คลื่นความร้อนที่ควรระวัง
เรียนรู้เรื่องโลกร้อน Global warming & Climate change
โลกร้อน ต้นเหตุเฮอร์ริเคนแรงขึ้น
ข้อปฎิบัติให้ปลอดภัยจากพิบัติภัยแผ่นดินไหว
ภาวะโลกร้อน (Global Warming)
ภาวะโลกร้อน คืออะไร...
สาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน
สาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน
บทความน่ารู้
ความรู้เรื่อง ดินถล่ม
ถ่านหิน…ถิ่นพลังงาน สานฝันแสงสว่างเมืองไทย
พลังงานแสงอาทิตย์ ทางเลือกใหม่ พลังงานไทย
นาโนเทค วิจัยโซลาร์เซลล์ จากแก้วมังกร
เชื้อเพลิงชีวภาพ ความท้าทายของอุตสาหกรรม พลังงานทางเลือก
พบเชื้อราตัวใหม่ ใช้ผลิตเอทานอล ทั้งเป็นหัวเชื้อปุ๋ย
พลังงานแสงอาทิตย์: พลังงานหมุนเวียนที่ไทยไม่ควรมองข้าม
เซลล์แสงอาทิตย์ ช่วยลดโลกร้อน
เซลล์แสงอาทิตย์ ช่วยลดโลกร้อน
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
พลังลม สู้วิกฤติพลังงาน
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional