< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาเราสิคะ

โทรสายด่วน 1323 ปรึกษาปัญหาความเครียด วิตกกังวล สถานการณ์บ้านเมือง





          กรมสุขภาพจิต เผย 4 เดือน ก่อนประกาศกฎอัยการศึก ประชาชนโทรปรึกษาสายด่วน 1323 เครียด วิตกกังวล สถานการณ์บ้านเมือง


          นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากรายงานการให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์ สายด่วน 1323 ตั้งแต่เดือน มกราคม – เมษายน ที่ผ่านมา พบ มีการให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต จำนวน 12,104 ครั้ง ผู้รับบริการเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21-40 ปี ปัญหาสุขภาพจิต ที่ขอรับบริการมากที่สุด 5 อันดับแรก  ได้แก่ 1. ความเครียด/วิตกกังวล ร้อยละ 28.83  2. โรคทางจิตเวช ร้อยละ 23.65  3.ปัญหาครอบครัว ร้อยละ 7.46  4. ปัญหาเรื่องเพศ ร้อยละ 7.31 และ 5. ปัญหาพฤติกรรม ร้อยละ 4.78


          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ในจำนวนประชาชนที่มีความเครียด/วิตกกังวล ร้อยละ 3.53 ระบุว่า มีความเครียด/วิตกกังวลกับสถานการณ์บ้านเมือง โดยช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ จะขอรับบริการปรึกษามากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงของการเตรียมการเลือกตั้ง การเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาทางการเมืองที่ทำให้เครียด/วิตกกังวล ได้แก่ เครียด/วิตกกังวลจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ญาติ/คนใกล้ชิดที่เข้าร่วมชุมนุมมีอารมณ์รุนแรง โกรธแค้น เมื่อตนเองรับฟังข้อมูลข่าวสารการเมืองผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้ง การพูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือเพื่อนร่วมงานที่มีความเห็นต่างทางการเมือง ทำให้รู้สึกเครียด ขณะที่คนในครอบครัวเมื่อรับฟังข่าวสารแล้วเกิดอารมณ์หงุดหงิด มีอารมณ์ร่วมไปกับสถานการณ์สุดท้ายมาลงกับคนในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยง เกิดความขัดแย้งในครอบครัว ตลอดจน เครียดจากการประกอบอาชีพไม่ได้/รายได้ลดลง การเดินทางลำบาก กลัวเกิดอันตรายกับคนในครอบครัว/เพื่อนที่เข้าไปร่วมชุมนุม และกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น


          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ระดับความเครียดของคนไทยจะมีค่าคงที่ แต่เมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเข้ามา ระดับความเครียดก็จะเพิ่มขึ้น เช่น เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อุทกภัย แผ่นดินไหว ซึ่งสถานการณ์บ้านเมืองก็เป็นอีกวิกฤตหนึ่งที่พบว่าทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ อย่างไรก็ตาม หากเราดูแลจิตใจตัวเองไม่ดี ไม่มีการผ่อนคลายความเครียด ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจเราแน่นอน และที่แย่มากไปกว่านั้น คือ การเสียความสัมพันธ์ที่ดี เกิดความขัดแย้ง และอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิตมีแผนติดตามความเครียดของคนไทยและเตรียมเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตจากสถานการณ์บ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง 

           

เพื่อลดความเครียด/วิตกกังวลในช่วงนี้ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เน้นย้ำว่า 


     1. ประชาชนควรดำเนินรูปแบบการใช้ชีวิตหลักๆ ได้แก่ กิน อยู่ หลับ นอน ให้เป็นปกติมากที่สุด และหาวิธีผ่อนคลายตัวเองหรือจัดการกับความเครียดบ้าง เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ หายใจคลายเครียด เป็นต้น  


     2. ไม่ควรติดตามข่าวสารต่อเนื่อง เป็นเวลายาวนาน ให้มีช่วงพักบ้างเพราะสมองของเราถ้าใช้เวลาจดจ่อกับอะไรช่วงหนึ่งแล้วต้องการเวลาพัก ประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง  


     3. พึงตั้งสติและระมัดระวังการรับหรือส่งข้อมูลข่าวสารที่จะสร้างความเครียด เพิ่มความโกรธ ความเกลียดแค้นชิงชัง โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบัน กอ.รส. ได้ออกคำสั่งขอความร่วมมือกับสังคมออนไลน์ ห้ามเผยแพร่ข้อความปลุกระดม ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งสร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือและไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ที่เคยระบายอารมณ์ ความรู้สึก  อึดอัดผ่านโซเชียลมีเดีย ควรเปลี่ยนเป็นพูดคุยหรือส่งข้อความกับเพื่อนที่เข้าใจกันเพื่อระบายความอึดอัดออกไป       


     4.รักษาสมดุลชีวิต ทำหน้าที่การงานอย่างเต็มศักยภาพ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมผ่อนคลายร่วมกัน ถอนตัวออกจาก เหตุการณ์การเมืองสักระยะหนึ่งบ้าง และที่สำคัญ  


     5. รักษาสายสัมพันธ์ที่ดีของทุกคนในสังคมให้คงอยู่ อย่าให้เรื่องของการเมืองเข้ามามีอิทธิพลมากเกินไป เมื่อเกิดความเห็นต่าง ควรคุยกันโดยมีกติการ่วมกันว่า จะคุยเพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้ความคิดเห็นของอีกฝ่าย โดยต้องรับฟังกัน ไม่มุ่งเอาชนะกัน แต่ถ้าคุยกันไปแล้วรุนแรงขึ้นจนระงับอารมณ์ไม่ได้ ก็ให้เลิกคุย ไม่ต้องใช้เหตุผลมาเถียงกัน  โดย สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่สายด่วน 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ขอรับบริการในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตได้ทุกแห่งทั่วประเทศในวันและเวลาราชการ






 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

 


ลงประกาศ ณ วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 

 

 




icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional