< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง

ข่าว และบทความ

ป้องกันตนเองจากการ ข่มขืน




การป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อในคดี "ข่มขืน"
พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ วปอ.51

           ในสภาพสังคมปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้สังคมไทย ที่ส่วนใหญ่เคยเป็นสังคมชนบท ต้องกลายมาเป็นสังคมเมือง การเอื้อเฟื้ อ ช่วยเหลือ อาทร ภายในชุมชนสังคมมีน้อยลงในขณะที่ชุมชน สังคมมีค่านิยมทางวัตถุเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่ความเสื่อมของศีลธรรมมากขึ้นไปด้วยปัญหาของผู้หญิงหรือแม้กระทั่งเด็ก ถูกล่วงละเมิดทางเพศในสังคมไทย เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเป็นเพราะก้าวหน้าของการสื่อสารติดต่อกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ต มีการเล่นเกมส์บนอินเตอร์เน็ตคล้ายของจริง ทำให้ภาพลามกปรากฏ เผยแพร่ได้ง่าย ทั้งในรูปของอินเตอร์เน็ตและแผ่นซีดี ซึ่งมีขายไปทั่วทุกตลาดหรือการนำภาพโป๊ ที่แอบถ่ายเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตเผยแพร่สู่สาธารณชนทำได้ง่ายขึ้น เช่น เมื่อเดือนกันยายน 2551 นักร้องสาวโฟร์และมดถูกแอบถ่ายคลิปวิดีโอขณะเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น แล้วถูกนำเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตทำให้เด็กและเยาวชนถูกมอมเมา และเป็นตัวเร่งให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศทั้งในแง่ของผู้ถูกกระทำและผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศที่พบมากและเป็นภัยสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้หญิงทั่วไปมากที่สุดก็คือการข่มขืนกระทำชำเรา แต่เดิมนั้น ความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญานั้นหมายความถึง การที่ชายได้ใช้อวัยวะเพศของตน ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของฝ่ายหญิงโดยที่ฝ่ายหญิง(ที่ไม่ใช่ภรรยาของตน) ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือสำคัญผิดว่าชายนั้นเป็นบุคคลอื่น (แต่เติมผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราภรรยาของตนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย)

          ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 ได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ซึ่งเป็นความผิด ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ให้กว้างขวางกว่าเดิม การข่มขืนกระทำชำเราตามความผิดที่แก้ไขใหม่นี้หมายถึงการกระทำของหญิงหรือชายก็ได้ ที่ได้ทำต่อเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน โดยฝ่ายที่ถูกกระทำไม่สามารถขัดขืนได้หรือเข้าใจผิดว่าเป็นคนอื่น เพื่อเป็นการสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำ กระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่นแต่ในบทความนี้ จะจำกัดการเสนอการป้องกันตนเองของผู้หญิง จากการถูกชายข่มขืนกระทำชำเรา ด้วยการใช้อวัยวะเพศ ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของหญิงผู้ถูกกระทำ ซึ่งเป็นปัญหาของการล่วงละเมิดทางเพศ ที่พบมากที่สุด ในสังคมไทย โดยตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือน กันยายน 2551ทั่วทั้งประเทศไทย มีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรามาแจ้งความกับตำรวจ เป็นจำนวนถึง 3,575 คน

ผลการวิจัย และทฤษฎีการเกิดอาชญากรรม

          จากผลการวิจัยและผลงานทางวิชาการทางด้านอาชญาวิทยา ที่ได้ศึกษาความผิดเกี่ยวกับข่มขืนการกระทำชำเรานั้น จะเกิดขึ้นได้ ก็โดยใช้หลักทฤษฎีการเกิดอาชญากรรมตามสถานการณ์ มาเป็นแนวทางในการศึกษา จะทำให้สามารถวิเคราะห์สาเหตุการเกิด และนำไปสู่การหาทางป้องกันแก้ไข ไม่ให้เกิดการกระทำความผิดได้อย่างเป็นหลักทางวิทยาศาสตร์

          ทฤษฎีอาชญากรรมตามสถานการณ์ (SITUATION THEORY) นั้น มีหลักการว่า การจะเกิดอาชญากรรมได้ จะต้องมีองค์ประกอบสามประการ คือ เหยื่อ (ผู้ถูกกระทำ) คนร้าย และ โอกาส ที่มีความเหมาะสม ถูกตามเวลา หากปัจจัยของ เหยื่อ คนร้าย และโอกาส ไม่มีความเหมาะสมกันทางด้าน ศักยภาพ และเวลาแล้ว การกระทำผิดหรืออาชญากรรมก็จะไม่เกิดขึ้นในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้น ได้มีผลการวิจัยผู้หญิง ที่มีโอกาสจะเป็นเหยื่อในการถูกข่มขืนกระทำชำเราไว้ว่า มีลักษณะอย่างไร โดยส่วนมากทั้งการวิจัยในประเทศไทย และการวิจัยในต่างประเทศ มักจะใช้แบบสัมภาษณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่ถูกตัดสินให้จำคุกในความผิดฐานข่มขืน และมักจะสอบถามควบคู่ไปกับ โอกาส หรือเวลาที่เหมาะในการกระทำการข่มขืนกระทำชำเรา โดยสถาบันวิจัยสังคม แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้วิจัยค้นพบว่า การที่ผู้หญิงแต่งกายยั่วยุอารมณ์ทางเพศ อยู่ในที่เปลี่ยว มีโอกาสถูกข่มขืนถึง 70% ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยสำรวจของ Robert R Hazelwood แห่งสถาบันฝึกอบรมแห่ง FBI สหรัฐอเมริกา ได้ทำร่วมกับ Janet Warren แห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียร์ ตีพิมพ์ในหนังสือ DEVIANT AND CRIMINAL SEXUALITY ตีพิมพ์เมื่อปี 1993 ได้ผลการวิจัยสำรวจว่าสถานที่ และอายุ ของเหยื่อ มีผลต่อโอกาสการที่คนร้ายจะเลือกข่มขืนกระทำชำเราถึง 55%

ประเภทของคนร้ายที่กระทำการข่มขืนกระทำชำเรา

          จากการแยกแยะลักษณะของคนร้ายที่เป็นชาย ได้ข่มขืนกระทำชำเราหญิงที่เป็นเหยื่อทางเพศ สามารถแบ่งได้ตามแรงจูงใจและลักษณะการทำผิดในการข่มขืนกระทำชำเราได้ดังนี้

          1 ) ทำผิดหลังหรือก่อนข่มขืน (Felony rape) คือมีการทำผิดอย่างอื่นด้วยเช่น ปล้นทรัพย์แล้วข่มขืน
          2 ) พวกโรคจิตก่อกวน (Nuisance offence) คือพวกที่ชอบเข้าไปข่มขืนในบ้าน หอพักเป็นต้น
          3 ) ข่มขืนคนในครอบครัว (Domestic sexual assault) เช่นพ่อข่มขืนลูก เป็นต้น
          4 ) บุคคลที่คุ้นเคย (Social acquaintance rape) ซึ่งมักเป็นคนที่รู้จักกัน เมื่อสบโอกาส จึงทำการข่มขืน เช่น คนข้างบ้านที่ไว้ใจกัน ปล่อยให้เข้ามาในบ้านแล้วอยู่ตามลำพัง จึงข่มขืน เป็นต้น
          5 ) สมภารกินไก่วัด (Subordinate rape) เช่นข่มขืนชำเราผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกศิษย์ เป็นต้น
          5 ) ซาดิสซ์ (Sadistic rape) เป็นพวกโรคจิต ที่เห็นความเจ็บปวดในทางเพศแล้วมีความสุข
          7 ) ลักพาแล้วข่มขืน (Abduction rape) เป็นกรณีคนร้ายฉุดพาขึ้นรถแล้วนำไปข่มขืน เช่นรถตู้
          8) แก๊งค์ข่มขืน (Formal gang sexual assault) เป็นลักษณะองค์กรอาชญากรรมในการค้าประเวณีข้ามชาติหรือค้ามนุษย์
          9) กลุ่มวัยรุ่นฉุดคร่า (Informal gang sexual assault) เป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่อาจคึกคะนอง หรือมั่วสุมสิ่งเสพติดแล้วสบโอกาส เห็นเหยื่อที่เหมาะโอกาส จึงลงมือฉุดคร่า ข่มขืนกระทำชำเรา

การป้องกันแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา

          การป้องกันแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา แยกพิจารณาได้ 2 ขั้นตอน คือ

          1) ขั้นตอนการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุข่มขืนกระทำชำเรา
          2) ขั้นตอนการเผชิญเหตุการณ์จะถูกข่มขืนกระทำชำเรา

          จากบทความทางวิชาการทางด้านอาชญาวิทยาหลายเรื่อง ได้แนะนำว่า การแก้ไขปัญหาในขั้นตอนเผชิญเหตุการณ์จะถูกข่มขืนนั้น เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยง และมักไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการที่จะป้องกันแก้ไขให้ผู้หญิงรอดพ้นจากเหตุการณ์นั้นได้อย่างปลอดภัย เนื่องจาก มีปัจจัยที่ต้องนำพิจารณาในการแก้ไขปัญหาภายใต้ภาวะวิกฤติบีบคั้น ซึ่งผู้ที่ไม่เคยฝึกมาก่อน จะไม่มีความสามารถหรือทักษะที่จะจัดการแก้ไขปัญหาได้ โดยมีปัจจัยหรือตัวแปรที่จะต้องดำเนินการให้เหมาะสมเมื่อจะถูกข่มขืนกระทำชำเราคือ

          1 ) เวลาและสถานที่ การจะถูกข่มขืนในห้องน้ำโรงภาพยนตร์ กับในซอยเปลี่ยว ย่อมมีความแตกต่างกันในการใช้วิธีการแก้ไข เช่นในห้องน้ำอาจใช้การตะโกนร้องให้คนช่วย แต่ในซอยเปลี่ยวแม้ใช้นกหวีดที่ผู้หญิงเตรียมติดตัวไว้เป่ายามฉุกเฉิน ก็ไม่แน่ว่าจะมีโอกาสเป่ าหรือไม่ หรือถ้าเป่ าได้แล้วจะมีใครได้ยินหรือไม่

          2 ) ความแข็งแรงของผู้หญิงที่เป็นผู้จะถูกข่มขืน หากผู้หญิงที่ถูกข่มขืนมีความสามารถในการวิ่งเร็วหลบหนีได้ หรือเป็นนักยูโด ทีมชาติหรือเป็นมือปื น ที่มีความชำนาญในการยิงต่อสู้ ก็น่าเชื่อว่าจะแก้สถานการณ์ การจะถูกข่มขืนได้

          3) ลักษณะจำนวน และอาวุธคนร้าย หากผู้หญิง เพียงคนเดียว เดินในซอยเปลี่ยว ไปพบคนร้ายแบบแก็งค์วัยรุ่น มีหลายคน และมีอาวุธปืน แม้ผู้หญิงที่จะเป็นเหยื่อการจะถูกข่มขืนจะเก่งเพียงใด มีอาวุธปืนที่ใช้ได้ดีเพียงใด ก็เป็นเรื่องที่จะแก้ไขปัญหาลำบาก

          จากตัวแปรข้างต้น การจะแก้ไขปัญหาในสถานการณ์การจะถูกข่มขืน ว่าจะใช้วิธีการใด จึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงตัวแปรดังกล่าว และใช้ให้เหมาะสม ซึ่งในทางวิชาการทางด้านอาชญาวิทยาแล้ว ไม่แนะนำที่จะเสนอแนะวิธีการใด ที่เป็นสูตรสำเร็จ หรือวิธีการสำเร็จรูป ที่แก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างครอบจักรวาล หรือที่สามารถเผชิญหน้ากับคนร้ายได้ทุกรูปแบบ หรือประเภทของคนร้ายที่จะมาข่มขืน ดังนั้นในทางวิชาการทางด้านอาชญาวิทยา จึงเน้นในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดสถานการณ์การจะถูกข่มขืนขึ้น โดยใช้ทฤษฎีสถานการณ์ (SITUATION THEORY) เป็นแนวทางป้องกันปัญหา คือ

          1 ) การลดช่องโอกาส เช่น ไม่ไปในที่เปลี่ยว หากจำเป็นต้องไป ก็ต้องมีเพื่อนร่วมทางที่พอเหมาะกับเหตุร้ายที่อาจเกิดขื้น การแต่งกายของผู้หญิงไม่ยั่วยุ มีความรัดกุม ถอดยาก หรือถ้าหากคนร้ายที่มีศักยภาพที่จะข่มขืน เป็นคนรู้จักคุ้นเคย วิธีการป้องกันก็ไม่ควรไปในที่ลับตากับบุคคลดังกล่าวตามลำพังหรือการที่จะไม่นั่งรถแท็กซี่เพียงคนเดียว เป็นต้น

          2 ) เพิ่มความแข็งแรงให้กับผู้หญิงที่จะเป็นเหยื่อ เช่น ให้ผู้หญิงพกอุปกรณ์ป้องกันตัวเมื่อคราวจำเป็น เช่นนกหวีด สเปรย์พริกไทย กรรไกร ร่มกันแดด หรือฝึกการต่อสู้ป้องกันตัว

          3 ) การควบคุมคนร้ายผู้เสี่ยงต่อกระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เป็นหน้าที่ของชุมชน และสังคมทุกส่วน ในการกวดขันไม่ให้วัยรุ่นจับกลุ่มมั่วสุม รวมถึงเสนอกฎหมายในการ จัดทำฐานข้อมูลผู้กระทำผิดทางเพศ (SEX OFFENDER REGISTRATION ACT) แบบในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลผู้เคยกระทำผิดทางเพศ ไว้ ให้สาธารณชนเข้าถึงข้อมูล เพื่อช่วยกันระมัดระวังจับตาดูเพราะว่าผู้กระทำผิดทางเพศส่วนใหญ่ ได้รับโทษจำคุกไม่นาน เมื่อพ้นโทษมาแล้วมักกระทำผิดอีกและมักทำผิดไม่ไกลจากที่พักอาศัย โดยเฉพาะคนร้ายโรคจิต

สรุปวิธีการป้องกันแก้ไขการถูกข่มขืน

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แนะนำ วิธีการป้องกันแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนไว้ 10 ประการ คือ

          1 ) อย่านุ่งกระโปรงสั้น การแต่งกายต้องรัดกุม ไม่โป๊ เกินไป
          2) อย่าดื้อรั้นลองยา หมายถึงกรณี ยาเสพติด หากเพื่อนนำมาให้ลองแล้วใจอ่อนจะเป็นปัญหา
          3 ) อย่าพึ่งพาคนแปลกหน้า คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนมาเกี้ยวพาราสีหรือ ทำทีเป็นแนะนำช่วยเหลือ
          4 ) อย่าคบหาเพื่อนไม่ดี ส่วนมาก เพื่อนที่ไม่ดี มักจะนำสิ่งที่ไม่ดีมาให้
          5 ) อย่าหลีกหนีพ่อแม่ ยุคนี้เด็กสาวมักจะ "โตเกินวัย” กับพ่อแม่ก็มักจะไม่ได้มีเวลาใกล้ชิด
          6 ) อย่าพ่ายแพ้ความฟุ่มเฟือย หญิงจำนวนมากอาจต้องจำใจ "ขายตัว-ขายยาเสพติด” เพื่อแลกเงิน
          7 ) อย่าเฉื่อยแฉะเที่ยวเตร่ ควรมีผู้ใหญ่ในครอบครัวร่วมไปด้วย ยิ่งเป็นการ เที่ยวกลางคืน
          8 ) อย่าเกเรไม่กลับบ้าน การที่หญิงสาวไปนอนค้างอ้างแรมเป็นเรื่องเสี่ยงอย่างยิ่ง
          9 ) อย่าเผาผลาญเงินทอง
          10) อย่ามัวแต่มองเพื่อนชาย เด็กสาวที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนชาย มักเสียตัวโดยไม่เต็มใจ คุณผู้หญิงหรือผู้ปกครอง ควรนำมาใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จะได้ป้องกันแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อที่จะได้ไม่เป็นรอยแผลใจไปตลอดชีวิต เพราะถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเรา



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร


icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
แนวทางปฏิบัติทางกฎหมาย
แนวทางปฏิบัติ ในคดีข่มขืน
หน่วยงานที่ยินดีให้คำปรึกษา และช่วยเหลือ
ปรึกษา และขอคำแนะนำ
ปรึกษา และขอคำแนะนำ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional