< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง

ข่าว และบทความ

ชีวิตลูกผู้ชายที่ข่มขืนผู้หญิง



          เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่กระทำความผิดทางเพศ ในรูปแบบต่างๆ เช่น พรากผู้เยาว์ อนาจาร ข่มขืน รุมโทรม ให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ถูกกระทำ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีของสังคม 

          โดยกรมราชทัณฑ์ได้จัดการฝึกอบรมให้ผู้ต้องขังความผิดเกี่ยวกับเพศ โดยมีมูลนิธิเพื่อนหญิงและกลุ่มไม้ขีดไฟเป็นวิทยากร 

          การฝึกอบรมใช้การสร้างประสบการณ์ร่วมของผู้ข่มขืนซึ่งเป็นผู้ต้องโทษ และผู้ถูกข่มขืน ซึ่งได้แก่แม่ของลูกสาวที่ถูกข่มขืน และป้าซึ่งถูกข่มขืน 

          การข่มขืนเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการแสดงอำนาจของเพศชายเหนือเพศหญิง ภายใต้ระบบสังคมชายเป็นใหญ่ที่บ่มเพาะมา ผู้เข้าร่วมหลายคนบอกว่าทำไปด้วยความคึกคะนอง เพื่อนชวน ที่สำคัญพวกเขาคิดว่าผู้หญิงไม่กล้าที่จะไปแจ้งความเพราะ “อาย” 

          หลายคนบอกว่าไม่เคยรับรู้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ถูกข่มขืนเป็นอย่างไร หากไม่ถูกดำเนินคดี ก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ในกำแพงสี่เหลี่ยม และมีความจริงที่ว่าผู้หญิงที่ตัดสินใจดำเนินคดีนั้นเป็นส่วนน้อย ในขณะที่ผู้ชายที่กระทำผิด หากไม่ถูกลงโทษก็ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปในสังคมที่เอื้อให้เขาคิดว่า เขาสามารถข่มขืนผู้หญิงได้ 

          เสียงของตัวจริงเสียงจริงทั้งสองฝ่ายที่ได้มาพบกัน การแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดเผย ได้สร้างสำนึกบางอย่างให้เกิดขึ้นในใจของผู้ที่กระทำ และทำให้เราได้รับรู้ว่า ชีวิตผู้ข่มขืนนั้น มีความเป็นอยู่อย่างไรในโลกกว้าง กว่าที่จะมาอยู่ในกำแพงสี่เหลี่ยม (เรือนจำ) แห่งนี้

          กรณีที่ 1 เพิ่งได้รู้ถึงความเสียใจของผู้เป็นแม่ แม้ไม่ได้ถูกกระทำเอง

          "ผมได้รู้ถึงความเสียใจของแม่ที่ลูกถูกข่มขืนว่าไม่น้อยไปกว่าลูกเลย ผมเคยทำมาและสิ่งที่ได้รู้ครั้งนี้ ยังกระตุ้นจิตใต้สำนึกของผมให้รู้ว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก และยังได้รู้ว่าคนที่ถูกข่มขืนชีวิตของเธอเป็นอย่างไร ลำบากแค่ไหน" 

          กรณีที่ 2 ไม่คิดว่าได้ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งถูกสังคมเหยียดหยาม

          "แม้ว่าผมได้เคยกระทำความผิด ถึงแม้ว่าไม่ได้ทำกับพวกเธอ (จากกรณีตัวอย่างที่ได้ฟัง) แต่ความรู้สึกของคนที่ผมไปทำเขาคงไม่ต่างไปจากพวกเธอ ผมทำให้ผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน ต้องร้องไห้เพราะผม เพียงเพราะผมไม่เคยคิดว่า ผมจะทำให้ใครต้องเสียใจ ผมทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องถูกสังคมรอบข้างดูถูกเหยียดหยาม ถึงแม้ว่าผมต้องรับโทษที่ผมทำมาแล้ว ก็ไม่อาจทำให้เธอเป็นเหมือนคนเดิม"
           
          จากส่วนหนึ่งของความรู้สึกของชายผู้ข่มขืน เมื่อได้รับฟังผู้เป็นแม่ เล่าถึงประสบการณ์เมื่อรู้ว่าลูกสาววัย 14 ที่น่ารัก ถูกข่มขืนจากน้องเขย จนท้อง 5 เดือน แม่ได้รับรู้ว่า คำพูดที่เขาพูดว่า ร้องไห้จนเป็นสายเลือดนั้นและความแตกแยกของเครือญาติเป็นอย่างไร ซ้ำร้ายที่มากกว่านั้น ลูกสาวไม่พูด ทางออกเดียว หากลูกสาวต้องอุ้มท้อง และหมอไม่ยุติการตั้งครรภ์ให้ คือ พ่อ แม่ ลูกจะฆ่าตัวตาย

          กรณีที่ 3 เพราะจน ครอบครัวแตกแยก และถูกออกจากงาน

          "เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน หาเช้ากินค่ำ การเรียนก็ไม่ค่อยได้เรียนต้องมีอุปสรรคมากมาย การดำเนินชีวิตแต่ละวัน คาดหวังอะไรก็ไม่ค่อยจะได้ มีครอบครัวที่แตกแยก ไม่เคยมาสนใจซึ่งกันและกัน พอมีครอบครัวก็ต้องแยกทางกันต่างคนต่างไป บ้านก็ไม่มีอยู่ต้องอาศัยเขาอยู่ การงานก็ไม่ค่อยจะมีให้ทำ แล้วอย่างนี้จะให้หวังอะไรได้ เศรษฐกิจย่ำแย่ บางบริษัทเลิกจ้างพนักงาน คัดคนออกก็มี ผมก็อยู่ในนั้นด้วย ทำให้ความหวังต้องมาพังทลาย ต้องมาเดินทางในสิ่งที่ผิด และต้องมาอยู่ในกำแพงสี่เหลี่ยม หมดอิสรภาพ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ คนเราเกิดมาใช่ว่าจะเลือกเกิดได้"

          กรณีที่ 4 หนุ่มขายของเก่าที่อยากกลับไปประกอบชีพเหมือนเดิม 

          "ผมมีอาชีพขายของเก่า มีรายได้เดือนละ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน ผมทำงานตรงนี้อยู่ 3 ปี ผมทำงานอย่างมีความสุข มีเงิน มีรถ มีแฟน จะไปเที่ยวที่ไหนก็ไปด้วยความสบายใจ ผู้หญิงเริ่มเข้ามาในชีวิต แม่ผมภูมิใจในตัวผมมาก อนาคตผมมาสะดุดลงเพราะเล่นการพนัน ติดยา ขับรถแข่ง และข่มขืนผู้หญิง หากพ้นโทษออกไป ผมอยากกลับไปทำงานเหมือนเดิมอีก"

          กรณีที่ 5 หนุ่มผู้ใฝ่ฝันเป็นเภสัชกร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ และอัมพาต 

          "ผับหรือสถานที่เที่ยวต่างๆ ทำให้ใจของผมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผมไม่สนใจเรียน ทำให้ผมไม่รู้จักการเก็บเงิน สิ่งเหล่านี้มันกัดกร่อนหัวใจผมให้อ่อนลง จนลืมความคิดที่เคยอยากทำ ทำให้ผมคิดในใจว่าผมจะทำมันไปทำไม ทำไปเพื่อใคร ทั้งที่เที่ยวก็สนุกดีมีเพื่อนมากมายมีผู้หญิงให้เชยชม ถ้าเรามามัวแต่คิดว่าจะปรุงยาจะได้อะไร"

          จากประสบการณ์ของผู้ต้องขังทั้ง 5 นี้ แม้ไม่อาจสรุปเป็นประสบการณ์ทั้งหมดของผู้ข่มขืน แต่สามารถตั้งเป็นข้อสังเกตได้ว่า

          - ผู้ข่มขืนไม่ใช่คนบ้าหรือคนโรคจิต และพวกเขาก็ยืนยันว่าไม่ใช่ พร้อมกับพูดกลับว่า ทำไมจึงกล่าวหาเขาอย่างนั้น 
          - ผู้ชายที่ข่มขืนมีทั้งจนและรวย

          - ผู้ชายที่ข่มขืนมีทั้งการศึกษาน้อยและการศึกษามาก

          - ผู้ชายที่ข่มขืนบางคนเคยมีความฝันที่ดีเพื่อสังคม แต่สิ่งรอบข้างที่มีแต่สิ่งยั่วยุ ได้เป็นตัวกระตุ้น อันเนื่องมาจากความเห็นแก่ได้ของผู้ลงทุน ผู้มีเงินและอำนาจในกระเป๋า ที่สร้างสถานบันเทิง แหล่งอบายมุขที่อยู่ดาษดื่น 

          - ผู้ชายที่ข่มขืนบางคนมีประสบการณ์ของครอบครัวที่แตกร้าว เพราะรากเหง้าของความรุนแรงในครอบครัว 

          - ผู้ชายเหล่านี้เชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อ (จากระบบสังคมชายเป็นใหญ่) เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากคนอื่นๆ ในสังคมก็เชื่อและประพฤติเช่นนี้ ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงยิ่งมากยิ่งได้รับการชื่นชม ผิดกับผู้หญิงที่ถูกปลูกฝังเรื่องการรักนวลสงวนตัว 

          การให้คุณค่าของผู้หญิงและผู้ชายที่ไม่เท่าเทียมกัน สะท้อนออกมา เมื่อวิทยากรถามผู้ต้องขังทั้งหมดว่า ผู้ชายที่มีผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างไร ทุกคนพูดด้วยน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจ มีรอยยิ้ม เห็นถึงพลังจากเสียงดังที่พูดว่า "ขุนแผน เต็กกอ" และเมื่อถามกลับกรณีผู้หญิงที่มีสามีหลายคนเป็นอย่างไร คำตอบยังดัง พร้อมด้วยเสียงหัวเราะและชัดเจนเหมือนเดิมว่า "นางกากี" 

          เหล่านี้คงเป็นข้อพิจารณาในการแก้ไขปัญหาข่มขืน ไม่ใช่เพียงการเตือนผู้หญิงที่ใส่สายเดี่ยว เอวลอย ที่เป็นการแก้ปัญหาที่มีมายาคติและไม่ถูกทาง
           
          จะอย่างไรก็ตาม หลังจบกิจกรรม ผู้ต้องขังหลายคนพูดกับพวกเราว่า "พวกผมขอโทษผู้หญิงที่พวกผมเคยทำร้ายหรือข่มขืน เพราะพวกผมไม่เคยนึกมาก่อนว่าผลกระทบมันจะรุนแรง พวกผมขอสัญญาว่าจะไม่กลับไปข่มขืนผู้หญิงอีก และจะร่วมรณรงค์ต่อต้านการข่มขืน แม้ว่าจะอยู่ในกำแพงสี่เหลี่ยมนี้ก็ตาม"



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
มูลนิธิเพื่อนหญิง
 

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
แนวทางปฏิบัติทางกฎหมาย
แนวทางปฏิบัติ ในคดีข่มขืน
หน่วยงานที่ยินดีให้คำปรึกษา และช่วยเหลือ
ปรึกษา และขอคำแนะนำ
ปรึกษา และขอคำแนะนำ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional