< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง

ข่าว และบทความ

การข่มขืนครั้งสุดท้าย?




          เหตุการณ์ข่มขืนเด็กหญิงวัย ๑๓ ปีบนรถไฟไทยถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งความโหดร้ายของผู้กระทำความผิด และความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวเด็กหญิง จนมีคนจำนวนไม่น้อยอยากให้เกิดการตัดสินประหารชีวิตผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อปลอบขวัญครอบครัวผู้สูญเสียและชดเชยชีวิตให้แก่ผู้ที่ถูกข่มขืน

            

          ประเด็นการตัดสินประหารชีวิตตกเป็นข้อถกเถียงจากหลายฝ่ายว่า การประหารชีวิตจะสามารถยุติการข่มขืนครั้งต่อไปได้แน่หรือ  หรือจะยิ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการ “ปิดปาก” ผู้ถูกข่มขืน

            

          ข้อถกเถียงดังกล่าวยังไม่อาจได้ข้อสรุปในตอนนี้ว่า หากต้องการให้คดีข่มขืนครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย  เราจะต้องทำอย่างไร จะต้องแก้ไขที่ใดบ้าง


          บางทีเหตุการณ์ข่มขืนครั้งนี้อาจไม่ต่างจากเหตุการณ์ครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  รอเวลาได้รับรายงานการข่มขืนครั้งใหม่ในจอโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง 


            icon แต่…เราจะยอมให้เป็นเช่นนั้น จริงๆ หรือ icon 


          นักวิชาการและผู้ที่ขับเคลื่อนงานด้านสตรีหลายคนกล่าวคล้ายกันว่า  การประหารชีวิตเป็นเพียงการกำจัด “ผู้ที่กระทำความผิด” ออกไปจากสังคมเท่านั้น แต่ผู้ที่กำลังคิดหรือคิดจะใช้ความรุนแรงทางเพศเหนือผู้อื่นในอนาคตยังคงอยู่ในสังคม การประหารชีวิตจึงอาจเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะแนวคิดเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศระหว่างชายและหญิงยังคงฝังลึกในสังคมไทย และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการข่มขืนทุกวันนี้

            

          แนวคิดบทบาทเรื่องเพศของผู้ชายไทยมักถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง มีพละกำลังอำนาจเหนือเพศอื่น ขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำที่มี “ความเชี่ยวชาญ” ในเรื่องเพศ  ความเชื่อดังกล่าวนี้ถูกตอกย้ำจากสื่อต่างๆ ทั้งละครโทรทัศน์ ข่าวหนังสือพิมพ์ หรือกระทั่งหนังสือนวนิยาย จนก่อให้เกิดมายาคติว่า ผู้ชายมีอำนาจที่จะใช้กำลังข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่าได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจว่า การใช้อำนาจของผู้ชายเหล่านั้นเป็นเรื่องที่น่ายกย่องในหมู่ผู้ชายด้วยกันเอง

            

          ขณะที่ผู้ชายถูกพร่ำสอนให้เป็นผู้นำนั้น ผู้หญิงไทยเองก็ถูกอบรมให้เป็นผู้ตามที่ดี  โดยเฉพาะในเรื่องเพศว่า  หญิงที่ดีจะต้องรักนวลสงวนตัว เหนียมอายในเรื่องเพศ และไม่พูดเรื่องเพศในที่สาธารณะ เมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือกระทั่งข่มขืนจึงไม่กล้าบอกกล่าว เพราะแม้ในความสัมพันธ์แบบสมยอมบางกรณี ยังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก

            

          icon แล้วนับประสาอะไรกับการถูกข่มเหงที่ไม่ยินยอมแม้สักนิดเดียว  icon 

            

          หรือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนนั้น ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากจะทำ เพราะการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่ละครั้ง แทบไม่ต่างจากการถูกข่มขืนครั้งที่สอง สาม และสี่ และยังอาจเสี่ยงกับการถูกกล่าวหาว่า ต้นเหตุของการถูกข่มขืนนั้นคือตัวเธอเองที่ “แต่งกายยั่วยุอารมณ์ผู้ชาย”

             

          การหยุดการข่มขืนจึงไม่อาจแก้ไขด้วยการตัดสินประหารชีวิตผู้กระทำความผิด หรือเตือนผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวว่า อย่านุ่งสั้นเอวลอย และเดินไปไหนคนเดียวในยามวิกาล


          การแก้ปัญหาข่มขืนอย่างจีรังคงต้องมองย้อนกลับไปที่การบ่มเพาะเรื่องความเท่าเทียมกันของผู้ชายและผู้หญิง หน่วยทางสังคมที่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลหล่อหลอมบุคคลมากที่สุด อย่างโรงเรียนและครอบครัวน่าจะมีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจในเรื่องค่านิยมและความเชื่อเรื่องเพศที่เหมาะสมได้ ขณะเดียวกันสื่อมวลชน ในฐานะผู้มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในสังคม น่าจะทบทวนตนเองด้วยว่า พวกเขาอาจกำลังเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงทางเพศในครั้งนี้และครั้งที่แล้วมาหรือไม่

             

          ครูคงไม่อาจสอนนักเรียนเพียงเรื่องทักษะชีวิตในเรื่องเพศ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเท่านั้น การเคารพความเท่าเทียมกันในเนื้อตัวร่างกายของตนเองและผู้อื่น โดยไม่แบ่งแยกเพศสภาพก็เป็นเรื่องที่นักเรียนควรมีครูเป็นผู้ชี้แนะ เช่นเดียวกับพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัว การปลูกฝังและเป็นตัวอย่างที่ดีในความเสมอภาคของบุคคลทุกเพศทุกวัยควรเริ่มจากที่บ้าน และน่าจะถึงเวลาที่สื่อไทยจะให้ความเป็นธรรมและปกป้องเรื่องเพศของทุกเพศในสังคมเสียที

              

          เหตุการณ์ข่มขืนครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น  แต่นั่นก็ดีกว่าการที่เราได้แต่รอเวลาได้รับรายงานข่าวข่มขืนครั้งต่อไป

              

          icon เพราะเราจะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว.....ใช่ไหม icon 




 


ลงประกาศ ณ วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557   

Kapook iCare




 

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
แนวทางปฏิบัติทางกฎหมาย
แนวทางปฏิบัติ ในคดีข่มขืน
หน่วยงานที่ยินดีให้คำปรึกษา และช่วยเหลือ
ปรึกษา และขอคำแนะนำ
ปรึกษา และขอคำแนะนำ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional