< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง

ข่าว และบทความ

รู้ทันตัวเองสักนิด ก่อนคิดฆ่าตัวตาย!

 

รูัทันตัวเอง และคนที่คุณรัก ก่อนจะเกิดการฆ่าตัวตาย!

 

          กรมสุขภาพจิต เผย รอบ 10 ปี อัตราการฆ่าตัวตายของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ปี 2553 ลดลงเหลือ 5.90 ต่อแสนประชากร เพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศหญิง ผู้สูงอายุฆ่าตัวตายสูงกว่าทุกวัย  5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน และเชียงใหม่ ยังคงครองแชมป์ฆ่าตัวตายสูงสุด    การแขวนคอตายยังคงเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เตรียมถกสมัชชา เปิดพื้นที่ทางสังคมให้เกิดการแลกเปลี่ยนพูดคุย    ทำกิจกรรมร่วมกันสม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย

          นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกซึ่งตรงกับวันที่ 10 กันยายน ของทุกปี ว่า ปีนี้ รณรงค์ภายใต้แนวคิด การป้องกันการฆ่าตัวตายในหลากสังคมหลายวัฒนธรรมซึ่งองค์การอนามัยโลก ประมาณการไว้ว่าในแต่ละปีจะมีคน 1 ล้านคนเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย และมีการคาดการณ์ไว้ว่า ในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) จะมีคนเสียชีวิตด้วยปัญหาดังกล่าว 1.53 ล้านคน ขณะที่สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายของอเมริกา ประมาณอัตราส่วนของผู้ที่พยายามทำร้ายตัวเองแต่ไม่สำเร็จมีสูงกว่าผู้ที่ทำสำเร็จถึง 25 เท่า ส่งผลกระทบถึงครอบครัวและผู้คนรอบข้างอีกประมาณ 10-20 ล้านคนในแต่ละปี

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า แม้ว่าการศึกษาอัตราการฆ่าตัวตายในแต่ละประเทศอาจมีความน่าเชื่อถือแตกต่างกันไปตามเหตุปัจจัยต่างๆ แต่สำหรับประเทศไทย โดยกรมสุขภาพจิต ได้ดำเนินการโครงการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายมาตั้งแต่ปี 2542 ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงตามลำดับ โดยล่าสุด ปี 2553 มีตัวเลขอยู่ที่ 5.90 ต่อประชากรแสนคน นอกจากนี้ ยังพบว่า เพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศหญิง มีตัวเลขอยู่ที่ 9.29 ต่อประชากรแสนคน เพศหญิงมีอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 2.62 ต่อประชากรแสนคน และเมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า กลุ่มอายุ 80-84 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 75-79 ปี และ 70-74 ปี ตามลำดับ ทั้งนี้ ภาคเหนือยังคงมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าภาคอื่นๆ5 จังหวัดแรก ได้แก่ จังหวัดลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน และเชียงใหม่ อัตราการฆ่าตัวตาย อยู่ที่ 20.02, 15.63, 14.45, 13.03 และ 12.47 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ ขณะที่ จังหวัดปัตตานี หนองคาย นราธิวาส ยะลา และพิจิตร มีอัตราการฆ่าตัวตายน้อยสุด อยู่ที่ 0.77, 1.76, 1.77, 1.86 และ 2.17 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่า วิธีการฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุด ได้แก่ การแขวนคอ/รัดคอ ร้อยละ 66.42 รองลงมา คือ พิษจากยาฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ ร้อยละ 19.81 พิษจากยา ตัวยา และสารชีวภาพอื่น ร้อยละ 4.28 สารเคมีและสารพิษ ร้อยละ 3.67 และกระสุนปืน ร้อยละ 3.11 ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้ศึกษาวิจัยเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ที่ยังคงมีอัตราการฆ่าตัวตายสูง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก ทำให้ได้เหตุของความแตกต่างด้านภูมิภาค วัฒนธรรม และพฤติกรรมการหาทางออกของปัญหา

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเทศต่างๆทั่วโลก ได้มีการดำเนินยุทธศาสตร์การป้องกันการฆ่าตัวตาย แต่มีบางประเทศเท่านั้นที่คำนึงถึงประเด็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมและอื่นๆ แม้ปัญหาการฆ่าตัวตายจะค่อนข้างซับซ้อน และมีสาเหตุปัจจัยหลายอย่าง แต่ก็มีเหตุปัจจัยร่วม ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักการและแนวทางในการดำเนินงานได้คือ

          1. การปฏิสัมพันธ์กันของผู้คนสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความคุ้นเคยกันพอที่จะระบายหรือปรึกษาหารือ   

เรื่องทุกข์ใจได้ การพูดกัน ฟังกัน ช่วยคลายความทุกข์ได้  ป้องกันการฆ่าตัวตายได้

          2. การให้ความรู้แก่บุคลากรสาธารณสุขและหน่วยบริการทางสังคม ในการช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยง    ต่อการฆ่าตัวตาย

          3. การควบคุมการเข้าถึงอุปกรณ์ในการทำร้ายตนเอง เช่น อาวุธปืน ยาฆ่าแมลง และสถานที่อันตราย เช่น ตึกสูง เป็นต้น  ยังคงเป็นอีกกลวิธีหนึ่งที่ได้ผลในการป้องกัน

          4. การให้ข้อมูลความรู้แก่สื่อมวลชน ในการนำเสนอข่าวการฆ่าตัวตายอย่างถูกต้องเหมาะสม

          5. การให้ความช่วยเหลือบุคคลผู้สูญเสียคนที่รักไปจากการฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตเตรียมเสนอสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสนับสนุนให้มีการเปิดพื้นที่ทางสังคมที่เอื้อให้คนได้มีโอกาสทำความสนิทสนม พูดคุยแลกเปลี่ยน ปรึกษาหารือ ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะ ผู้ชาย ซึ่งพบว่า การรักษาหน้าอย่างมากเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่เป็นปัจจัยนำไปสู่การตัดสินใจฆ่าตัวตายได้ง่ายในเพศชาย ดังนั้น ทุกคนในสังคมจึงมีโอกาสและสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้คิดทำร้ายตัวเองให้รอดชีวิตได้ทุกเมื่อ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

ลอง! มาทำแบบคัดกรอง ผู้ที่เสี่ยงการฆ่าตัวตายกันดูซิค่ะ แบบประเมิณที่จะทำให้รู้ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังกับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือคนที่คุณรัก ก่อนเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับตัวคุณ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดแบบคัดกรองได้ที่ http://www.suicidethai.com/ค่ะ

 


ลงประกาศ ณ วันอังคารที่ 6 กันยายน 54

Kapook iCare

 

 

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
ไม่คิดสั้น ทำร้ายตัวเอง
วิจัยเผย 5 ปัจจัยเสี่ยง ฆ่าตัวตาย
คุณกำลังคิดอย่างนี้อยู่รึป่าว ?
ฆ่าตัวตาย … เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกับตัวเอง หรือคนที่คุณรัก
สถิติการฆ่าตัวตายของคนไทย
สถิติการฆ่าตัวตายของคนไทย
ปัจจัย และสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
ปัจจัย และสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า สัญญาณอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า สัญญาณอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า
คุยกับใครได้บ้างเวลาท้อแท้
คุยกับใครได้บ้างเวลารู้สึกท้อแท้
คุยกับใครได้บ้างเวลารู้สึกท้อแท้
หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล
หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล
ธรรมะคิด เว็บธรรมะเพื่อคุณ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional