< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง

บทความให้กำลังใจ

เปลี่ยนความคิดพิชิตความเศร้า

 

เปลี่ยนความคิดพิชิตความเศร้า (Infomental.com)

โดย ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์

ถ้าเราเดินสวนกับเพื่อนคนหนึ่งแล้วเขาไม่ทักเราเราอาจเกิดความรู้สึกได้ต่าง ๆ กันไปแล้วแต่ว่าเราคิดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร  ถ้าเราคิดว่าเพื่อนไม่ทักเราเพราะว่าเรามันคงไม่ดีพอ  ไม่อยู่ในสายตา  ไม่สำคัญ  ผู้คนเขาคงไม่อยากเสียเวลามาคบหาเรา!  เราก็จะมานั่งเศร้าซึม  ท้อแท้ใจ  แต่ถ้าเราคิดว่าเพื่อนคนนี้นิสัยไม่ดี  ไม่มีมารยาท  เราก็จะรู้สึกโกรธ  แต่ถ้าเราคิดว่าเขาคงกำลังรีบร้อน  ไม่ทันเห็นเรา  เราก็คงจะรู้สึกเฉย ๆ  ไม่เดือดร้อนใจอะไร  นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงว่าเมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเราอาจเกิดความรู้สึกได้หลายแบบโดยที่ เราจะรู้สึกอย่างไรขึ้นกับว่าเราคิดอย่างไรกับเรื่องนั้น

          คนที่ซึมเศร้าง่ายมักคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ในทางที่เลวร้ายกว่าความเป็นจริง  วิธีคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ในอดีตจนเกิดเป็นแนวโน้มหรือ "นิสัย" ในการคิดแบบหนึ่ง  ทำให้ต้องรู้สึกเศร้าโดยไม่จำเป็นบ่อย ๆ

 

ความคิดดังกล่าวนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากและเรามักเชื่อว่าสิ่งที่เราคิดนั้นเป็นความจริง  แต่เราสามารถแก้ไข "นิสัย" ในการคิดได้และเมื่อความคิดเปลี่ยน อารมณ์ของเราก็จะเปลี่ยน

 

หัดจับความคิดที่ผุดขึ้นมา 

 

เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกซึมเศร้าท้อแท้ใจให้หยุดสักประเดี๋ยวแล้วลองนึกดูว่าตะกี้เกิดอะไรขึ้น เช่นเจ้านายดุเอา  ลูกค้าปฏิเสธไม่ซื้อของ  เห็นเด็กคนหนึ่งถูกเพื่อนรังแก  เห็นผู้ชายผู้หญิงเดินด้วยกัน  หรือการนึกถึงเรื่องเก่าๆ

ให้สังเกตุว่าพอเกิดสิ่งนั่นขึ้นแล้วเราเกิดความคิดอะไรผุดขึ้นมา ? เช่น อาจเกิดความคิดผุดขึ้นมาในสมองว่า เราทำผิดอีกแล้ว  เรามันคนไม่มีอะไรดี  ใครๆเขาคงจะมองว่าเราโง่  ใครๆเขาก็ไม่อยากคบเรา  ทำไมคนอื่นเขามีความสุขหวานชื่นกันแต่ตัวเรามีแต่ความอ้าวว้างเปล่าเปลี่ยวฯลฯ  การคอยจับความคิดที่ผุดขึ้นมานี้ไม่ใช่สิ่งที่เราทำกันตามปกติดังนั้นในช่วงแรกๆอาจรู้สึกว่ามันไม่ค่อยง่ายเท่าไร  แต่เมื่อเราหัดทำและเริ่มคุ้นเคยเราจะทำได้เร็วขึ้น

ความคิดที่ผุดขึ้นมานั้น แม่น แค่ไหน ?

 

เมื่อเราจับความคิดที่ผุดขึ้นมาและทำให้เราเศร้าได้แล้วให้ลองพิจารณาว่าความคิดอันนั้นมันถูกหรือผิดอย่างไร  ความคิดอันนั้นอาจจะ "ถูก" ก็ได้  ให้พยายามหาคำตอบว่ามันน่าจะ "ถูก" เพราะอะไร  เหตุผลที่นำมาสนับสนุนว่าความคิดนี้ "ถูก" อาจมีได้หลายอย่าง เช่น คนตะกี้อาจจะคิดว่าเราโง่จริงๆ เพราะดูเขาเบื่อๆเวลาคุยกับเรา หรือ วันก่อนเราก็โดนเพื่อนๆโห่เอาและมีคนพูดว่าเราถามคำถามอะไรโง่ๆ

ขั้นต่อไปคือลองพิจารณาว่าความคิดอันนั้นมันอาจจะไม่ค่อยถูกเท่าไรก็ได้เพราะอะไรบ้าง เช่น อาจจะมีบางคนคิดว่าเราโง่แต่คงไม่ทุกคนหรอกและคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะคิดเหมือนกันไปหมด

 

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือถ้าเราคิดได้ว่าความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นมันไม่จริงหรือไม่ค่อยแม่นเท่าไร  อารมณ์ของเราจะดีขึ้นทันที  อย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่งจนกว่าเราจะเผลอไปคิดแบบเดิมอีกซึ่งเราก็ต้องมาทบทวนความคิดใหม่อีกเมื่อเราฝึกการตรวจสอบความคิดแบบนี้จนชำนาญขึ้นเราก็จะไม่ค่อยต้องรู้สึกซึมเศร้าโดยไม่จำเป็นบ่อยนัก

แล้วถ้าเกิดคิดได้ว่ามันไม่เลวร้ายจริงแต่อารมณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นล่ะ ?

 

เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้และมักเกิดจากการตอบไม่ตรงกับใจคือตัวเราเองอาจจะไม่เชื่อคำตอบที่เราคิดออกมาว่าความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นจริงหรือไม่จริงเพราะอะไร  หรืออาจเป็นเพราะเชื่อ "แต่…" คือมีความคิดในแง่ร้ายบางอย่างผุดขึ้นมาหักล้างมันดังนั้นถ้าคิดได้ว่าความคิดเดิมไม่แม่นแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ให้ลองคิดดูใหม่ ถ้ามี "แต่..." ก็ให้ทำแบบเดียวกับ "แต่…" อันนั้นคือ "แต่…" อาจจะจริงเพราะหรืออาจจะไม่จริงเพราะ...

แล้วถ้าคิดออกมาแล้วมันจริงล่ะ ?

 

เราไม่ได้พยายามโน้มน้าวให้ใครๆพยายามมองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อนแต่เราอยากให้ทุกคนฝึกการมองโลกให้แม่นขึ้น  หลายๆครั้งความคิดที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าซึมอาจจะแม่นก็ได้  เพื่อนๆมองว่าเราโง่จริงๆ  เพื่อนๆมองว่าเราไม่มีความสามารถ  ไม่สำคัญ เวลาเดินสวนกันก็ไม่ทักเราซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเลย  สิ่งที่เราทำได้ก็คือ "คิด" ต่อ โดยมีแนวคิดได้ 2 ทางคือ

1. ถ้ามันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วจะเป็นอะไรไป ?

2. ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราจะทำอย่างไร ?

ถ้ามันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วจะเป็นอะไรไป ?

 

ถ้าเราคิดทบทวนดูแล้วเราก็ยังเชื่ออยู่ว่าสิ่งที่เราคิดนั้น จริง เราอาจจะลองคิดต่อไปว่าถ้ามัน จริง แล้วจะเป็นอะไรไป ?  เราอาจจะตอบตัวเองว่าถ้าเพื่อนไม่อยากคบเราเราก็คงจะไม่มีเพื่อนซึ่งฟังๆดูก็น่าเห็นใจ  ให้ถามตัวเองต่อไปว่าถ้าไม่มีเพื่อนจริงๆแล้วมันจะเป็นอะไรไป ? เราอาจจะตอบว่าเราก็คงจะเหงา  ก็น่าเห็นใจจริงๆนะครับแต่ให้ถามตัวเองต่อไปอีกว่าถ้าเราเหงาจริงๆแล้วมันจะเป็นอะไรไป ?  ถามตัวเองและตอบคำถามแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดเรามักจะพบว่าจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก เช่น การที่เราไม่ใช่คนสำคัญในหมู่เพื่อนและเพื่อนๆมักจะมองข้ามเรานั้นอย่างมากก็มีเพื่อนน้อยลงซึ่งเรา  ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้สามารถเรียนจบทำงานได้แม้ว่า connection หรือเส้นสายจะน้อยไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับจะหาความเจริญก้าวหน้าไม่ได้  การที่เราพบคำตอบแบบนี้จะทำให้อารมณ์ของเราดีขึ้นทันที  แต่ถ้าเมื่อถามตัวเองแล้วพบว่าสำหรับเราแล้วเรื่องนี้ยังมีความสำคัญ  มีความหมายมากอยู่ดี  ให้พิจารณาขั้นตอนถัดไป

ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราจะทำอย่างไร ?

 

หลักมีอยู่ว่า " ทุกปัญหามีทางออกเสมอ" ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น  ไม่ว่าปัญหาจะเลวร้ายเพียงใด  มีทางออกเสมอ  และก็มักจะมีหลายทางออกด้วย เช่น คนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็มีทางออกตั้งหลายทาง เช่น เรียนมหาวิทยาลัยเปิดหรือมหาวิทยาลัยเอกชน  รอสอบใหม่ปีหน้า  หางานทำหาอะไรเรียนเล่นๆไปก่อน  หรือแม้แต่อยู่บ้านเฉยๆนั่งกินนอนกินไปสักปี  แต่คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ซึมเศร้าจะคิดอะไรไม่ออกและมองไม่เห็นทางออกทางอื่นนอกจากตายดีกว่า

หลักข้อต่อไปก็คือ " ทุกทางออกจะทั้งข้อดีและข้อเสีย" ไม่มีทางใดที่มีแต่ข้อดี  ในขณะเดียวกันก็ไม่มีทางใดที่มีแต่ข้อเสีย  เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดก็ได้  ข้อดีก็คือได้ที่เรียน  ข้อเสียก็คืออาจจะต้องขวยขวายช่วยตัวเองในการเรียนมากหน่อยหรือสำหรับคนที่ยึดติดกับ "ยี่ห้อ" ก็อาจรู้สึกต่ำต้อยกว่าเพื่อนฝูงหรือรู้สึกเสียหน้าไปหน่อย  การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนอาจทำให้รู้สึก "ยืด" ขึ้นมานิดหนึ่งแต่ก็ต้องจ่ายเพิ่มมากกว่ากันอีกมาก  แม้แต่การ "ตายดีกว่า" ก็มีข้อดีเพราะตายแล้วไม่ต้องรับรู้อะไร  แต่ก็มีข้อเสียมากมายอย่างที่เราก็ทราบกัน  ดังนั้นทุกทางออกมีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้น  ข้อดีอย่างเดียวกันสำหรับคนๆหนึ่งอาจมีความหมายมากแต่สำหรับอีกคนหนึ่งอาจไม่ค่อยสำคัญนัก  ในทำนองเดียวกันข้อเสียอย่างเดียวกันสำหรับคนๆหนึ่งก็อาจเลวร้ายมากแต่สำหรับอีกคนหนึ่งเขาอาจจะรู้สึกเฉยๆไม่ค่อยเดือดร้อนมากนัก

ในคนๆเดียวกันในขณะหนึ่งเรื่องบางเรื่องอาจจะสำคัญมากแต่ในอีกเวลาหนึ่งอาจจะไม่ค่อยสำคัญก็ได้  ดังนั้นเมื่อคิดได้ว่าเราน่าจะเลือกทางออกทางไหนดีแล้วถ้ายังไม่รีบมากให้ชลอเรื่องไว้ก่อนอย่าเพิ่งลงมือทำ  อีก 2-3 วันลองกลับมาคิดเรื่องเดิมใหม่เพราะเมื่ออารมณ์เปลี่ยนไปน้ำหนักของความสำคัญของข้อดีและข้อเสียแต่ละข้อจะเปลี่ยนไป  ทางออกที่เราจะเลือกก็จะเปลี่ยนไปแต่  เมื่อเราคิดใหม่หลายๆครั้งสิ่งที่เราจะเลือกจะเริ่มไม่ค่อยเปลี่ยนและน่าจะเป็นทางออกที่สมเหตุผลและตรงกับใจของเราที่สุด

สรุป 

 

ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเราจะรู้สึกอย่างไรขึ้นกับว่าเราคิดถึงเรื่องนั้นว่าอย่างไร  คนที่ซึมเศร้าง่ายมักมีแนวโน้มที่จะคิดถึงเรื่องต่างๆในแง่ร้ายทำให้รู้สึกเศร้าโดยไม่จำเป็นอยู่บ่อยๆ

เราสามารถแก้ไขความคิดของเราได้โดยพิจารณาความคิดที่เกิดขึ้นว่ามีส่วนถูกหรือไม่ถูกอย่างไร  ถ้าเราพบว่าความคิดนั้นไม่ค่อยถูกนักอารมณ์เศร้าของเราจะดีขึ้นทันที

แต่ถ้าเราคิดแล้วพบว่าความคิดนั้นถูกต้องสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเลวร้ายจริงเราสามารถคิดต่อไปได้ 2 แนวทางคือ

แล้วมันจะเป็นอะไรไป  บ่อยครั้งเรามักจะพบว่าสิ่งที่เรากังวลนั้นมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง  เป็นการหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น  ทุกปัญหามีทางออก แต่ทุกทางออกจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

เลือกทางออกที่มีข้อดีมากที่สุดและข้อเสียน้อยที่สุดในมุมมองของเราเอง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Infomental.com

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2552

 

icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
ไม่คิดสั้น ทำร้ายตัวเอง
วิจัยเผย 5 ปัจจัยเสี่ยง ฆ่าตัวตาย
คุณกำลังคิดอย่างนี้อยู่รึป่าว ?
ฆ่าตัวตาย … เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกับตัวเอง หรือคนที่คุณรัก
สถิติการฆ่าตัวตายของคนไทย
สถิติการฆ่าตัวตายของคนไทย
ปัจจัย และสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
ปัจจัย และสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า สัญญาณอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า สัญญาณอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า
คุยกับใครได้บ้างเวลาท้อแท้
คุยกับใครได้บ้างเวลารู้สึกท้อแท้
คุยกับใครได้บ้างเวลารู้สึกท้อแท้
หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล
หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล
ธรรมะคิด เว็บธรรมะเพื่อคุณ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional