< ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่ >
icare
ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้
  ลดโลกร้อน คุณก็ทำได้    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
  ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง    

เตือนภัย ใกล้ตัว
  เตือนภัย ใกล้ตัว   

ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง
  ภัยข่มขืน ต้องรู้ทัน เพื่อป้องกันตัวเอง    

ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย
  ท้องไม่พร้อม กับทางออกของสังคมไทย   

คนหาย เด็กหาย
  คนหาย เด็กหาย   

บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล
  บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ทางสร้างกุศล    

ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค
  ความพิการ ไม่ใช่อุปสรรค   

เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท
  เอดส์ ป้องกันได้ ถ้าไม่ประมาท   

ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่
  ทุกข์ใจ มีปัญหา โทรปรึกษาที่นี่    

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง

บทความให้กำลังใจ

ความสุขที่ถูกมองข้าม



บทความโดย : พระไพศาล วิสาโล

          คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่เชื่อว่า ยิ่งมีเงินทองมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น ความเชื่อดังกล่าวดูเผินๆ ก็น่าจะถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ประเทศไทยน่าจะมีคนป่วยด้วยโรคจิตน้อยลง มิใช่เพิ่มมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่รายได้ของคนไทยสูงขึ้นทุกปี ในทำนองเดียวกันผู้จัดการก็น่าจะมีความสุขมากกว่าพนักงานระดับล่างๆ เนื่องจากมีเงินเดือนมากกว่า แต่ความจริงก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป 

          ไม่นานมานี้มหาเศรษฐีคนหนึ่งของไทยได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต เขาพูดถึงตัวเองว่า "ชีวิต(ของ ผม)เริ่มหมดค่าทางธุรกิจ" ลึกลงไปกว่านั้นเขายังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมาย เขาเคยพูดว่า "ผมจะมีความหมายอะไร ก็เป็นแค่....มหาเศรษฐีหมื่นล้านคนหนึ่ง"เมื่อเงินหมื่นล้านไม่ทำให้มีความสุข เขาจึงอยู่เฉยไม่ได้ ในที่สุดวิ่งเต้นจนได้เป็นรัฐมนตรี ขณะที่เศรษฐีหมื่นล้านคนอื่นๆ ยังคงมุ่งหน้าหาเงินต่อไป ด้วยความหวังว่าถ้าเป็นเศรษฐีแสนล้านจะมีความสุขมากกว่านี้ คำถามก็คือ เขาจะมีความสุขเพิ่มขึ้นจริงหรือ ? 

          คำถามข้างต้นคงมีประโยชน์ไม่มากนักสำหรับคนทั่วไป เพราะชาตินี้คงไม่มีวาสนาแม้แต่จะเป็นเศรษฐีร้อยล้านด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยก็คงตอบคำถามที่อยู่ในใจของคนจำนวนไม่น้อยได้บ้างว่า ทำไมอัครมหาเศรษฐีทั้งหลาย รวมทั้งบิล เกตส์ จึงไม่หยุดหาเงินเสียที ทั้งๆ ที่มีสมบัติมหาศาล ขนาดนั่งกินนอนกินไป 7 ชาติก็ยังไม่หมด 

          แต่ถ้าเราอยากจะค้นพบคำตอบให้มากกว่านี้ ก็น่าจะย้อนถามตัวเองด้วยว่า ทำไม ถึงไม่หยุดซื้อแผ่นซีดีเสียทีทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วนับหมื่นแผ่น ทำไมถึงไม่หยุดซื้อเสื้อผ้าเสียทีทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วเกือบพันตัว ทำไมถึงไม่หยุดซื้อรองเท้าเสียทีทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วนับร้อยคู่ 

          แผ่นซีดีที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนฟังทั้งชาติก็ยังไม่หมด ในทำนองเดียวกัน เสื้อผ้า หรือรองเท้า ที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนก็เอามาใส่ไม่ครบทุกตัวหรือทุกคู่ด้วยซ้ำ มีหลายตัวหลายคู่ที่ซื้อมาโดยไม่ได้ใช้เลย แต่ทำไมเราถึงยังอยากจะได้อีกไม่หยุดหย่อน 

          ใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าสิ่งที่ได้มาใหม่ มีเสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื้อ 1 ตัวที่ได้มาใหม่ มีซีดีอยู่แล้วนับพันก็ไม่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้เท่ากับซีดี 1 แผ่นที่ได้มาใหม่ ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจเท่ากับเมื่อได้มาใหม่อีก 1 ล้าน 

          พูดอีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการ มี มีเท่าไรก็ยังอยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม
 

          บ่อยครั้งของที่ได้มาใหม่นั้นก็เหมือนกับของเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่เพียงเพราะว่ามันเป็นของใหม่ ก็ทำให้เราดีใจแล้วที่ได้มา 

          จะว่าไปนี่อาจเป็นสัญชาตญาณที่มีอยู่กับสัตว์หลายชนิดไม่เฉพาะแต่มนุษย์เท่านั้น ถ้าโยนน่องไก่ให้หมา หมาก็จะวิ่งไปคาบ แต่ถ้าโยนน่องไก่ชิ้นใหม่ไปให้ มันจะรีบคายของเก่าและคาบชิ้นใหม่แทน ทั้งๆ ที่ทั้งสองชิ้นก็มีขนาดเท่ากัน ไม่ว่าหมาตัวไหนก็ตาม ของเก่าที่มีอยู่ในปากไม่น่าสนใจเท่ากับของใหม่ที่ได้มา 

          ถ้าหากว่าของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริงๆ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่า และความสุขที่ได้มานั้นในที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก "เฉยๆ" เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ? 

          เพราะไล่ล่าแต่ละครั้งก็ต้องเหนื่อย ไหนจะต้องขวนขวายหาเงินหาทอง ไหนจะต้องแข่งกับผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ครั้นได้มาแล้วก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ ไม่ให้ใครมาแย่งไป แถมยังต้องเปลืองสมองหาเรื่องใช้มันเพื่อให้รู้สึกคุ้มค่า ยิ่งมีมากชิ้นก็ยิ่งต้องเสียเวลาในการเลือกว่าจะใช้อันไหนก่อน ทำนองเดียวกับคนที่มีเงินมากๆ ก็ต้องยุ่งยากกับการตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวลอนดอน นิวยอร์ค เวกัส โตเกียว มาเก๊า หรือซิดนีย์ดี 

          ถ้าเราเพียงแต่รู้จักแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ชีวิตจะยุ่งยากน้อยลงและโปร่งเบามากขึ้น อันที่จริงความพอใจในสิ่งที่เรามีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่เป็นปัญหาก็เพราะเราชอบมองออกไปนอกตัว และเอาสิ่งใหม่มาเทียบกับของที่เรามีอยู่ หาไม่ก็เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อเห็นเขามีของใหม่ ก็อยากมีบ้าง คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เราทุกข์ได้บ่อยครั้งเท่ากับการชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น การเปรียบเทียบจึงเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์ที่ใครๆ ก็นิยมใช้กัน 

          นิสัยชอบเปรียบเทียบกับคนอื่น ทำให้เราไม่เคยมีความพอใจในสิ่งที่ตนมีเสียที แม้จะมีหน้าตาดี ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย เพราะไปเปรียบเทียบตัวเองกับดาราหรือพรีเซนเตอร์ในหนังโฆษณา 

          การมองแบบนี้ทำให้ "ขาดทุน" สองสถาน คือนอกจากจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังเป็นทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่อยาก พูดอีกอย่างคือไม่มีความสุขกับปัจจุบัน แถมยังเป็นทุกข์เพราะอนาคตที่พึงปรารถนายังมาไม่ถึง ไม่มีอะไรที่เป็นอุทธาหรณ์สอนใจได้ดีเท่ากับนิทานอีสปเรื่องหมา คาบเนื้อ คงจำได้ว่า มีหมาตัวหนึ่งได้เนื้อชิ้นใหญ่มา ขณะที่กำลังเดินข้ามสะพาน มันมองลงมาที่ลำธาร เห็นเงาของหมาตัวหนึ่ง (ซึ่งก็คือตัวมันเอง) กำลังคาบเนื้อชิ้นใหญ่ เนื้อชิ้นนั้นดูใหญ่กว่าชิ้นที่มันกำลังคาบเสียอีก ด้วยความโลภ (และหลง) มันจึงคายเนื้อที่คาบอยู่ เพื่อจะไปคาบชิ้นเนื้อที่เห็นในน้ำ ผลก็คือเมื่อเนื้อตกน้ำ ชิ้นเนื้อในน้ำก็หายไป มันจึงสูญทั้งเนื้อที่คาบอยู่และเนื้อที่เห็นในน้ำ 

          บ่อเกิดแห่งความสุขมีอยู่กับเราทุกคนในขณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เรามองข้ามไปหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น เมื่อใดที่เรามีความทุกข์ แทนที่จะมองหาสิ่งนอกตัว ลองพิจารณาสิ่งที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ ไม่ว่า มิตรภาพ ครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน รวมทั้งจิตใจของเรา ล้วนสามารถบันดาลความสุขให้แก่เราได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่เรารู้จักชื่นชม รู้จักมอง และจัดการอย่างถูกต้องเท่านั้น 

          แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากการ มี หรือจากสิ่งที่ มี ขั้นต่อไปคือการแสวงหาความสุขจากการ ให้ กล่าวคือยิ่งให้ความสุข ก็ยิ่งได้รับความสุขสุขเพราะเห็นน้ำตาของผู้อื่นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และสุขเพราะภาคภูมิใจที่ได้ทำความดีและทำให้ชีวิตมีความหมาย จากจุดนั้นแหละก็ไม่ยากที่เราจะค้นพบความสุขจากการ ไม่มี นั่นคือสุขจากการปล่อยวาง ไม่ยึดถือในสิ่งที่มี และเพราะเหตุนั้น แม้ไม่มีหรือสูญเสียไป ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้ 

          เกิดมาทั้งที น่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขจากการให้ และการไม่มี เพราะนั่นคือสุขที่สงบเย็นและยั่งยืนอย่างแท้จริง



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
icare
สิ่งที่ Kapook iCare ตั้งใจทำ

1. Kapook iCare ยินดีร่วมนำเสนอบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ของเรื่องราวดี ๆ ที่คุณต้องการเผยแพร่ พร้อมทั้งลิงค์กลับไปยังเจ้าของเครื่อง

2. Kapook iCare ยินดีเป็นสื่อกลางในการระดม ความช่วยเหลือ สำหรับทุก ๆ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน เช่น การบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หรือเด็กหาย

3. Kapook iCare ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ และเป็นศูนย์รวมของทุก ๆ ความช่วยเหลือในสังคม
กิจกรรม iCare
Kapook icare ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการดีๆ และเป็นศูนย์รวม ของทุกๆความช่วยเหลือในสังคม

ติดต่อส่งโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 0-2911-0915
ไม่คิดสั้น ทำร้ายตัวเอง
วิจัยเผย 5 ปัจจัยเสี่ยง ฆ่าตัวตาย
คุณกำลังคิดอย่างนี้อยู่รึป่าว ?
ฆ่าตัวตาย … เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกับตัวเอง หรือคนที่คุณรัก
สถิติการฆ่าตัวตายของคนไทย
สถิติการฆ่าตัวตายของคนไทย
ปัจจัย และสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
ปัจจัย และสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า สัญญาณอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า สัญญาณอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า
คุยกับใครได้บ้างเวลาท้อแท้
คุยกับใครได้บ้างเวลารู้สึกท้อแท้
คุยกับใครได้บ้างเวลารู้สึกท้อแท้
หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล
หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล
ธรรมะคิด เว็บธรรมะเพื่อคุณ
ติดต่อ “Kapook iCare” เพื่อร่วมส่งเรื่องดี ๆ เผยแพร่บทความที่มีประโยชน์, ประกาศขอความช่วยเหลือ ได้ที่…
โทรศัพท์ 0-2911-0915 หรือ e-mail : icare@kapook.com

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem | blackberry |
Kapook iCare ที่ที่เชื่อมเรื่องราว ความรู้สึกดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกำลังใจมากมาย เพื่อใครหลายคนที่คุณและเรา "แคร์" || © CopyRight 2008 www.kapook.com       Valid XHTML 1.0 Transitional